พวกเราจะปล่อยมันไป ไม่ขังไว้หรอก แน่นอนว่าถ้ามันมีชีวิตข้างนอกไม่ได้ พวกเราก็ทำได้แค่ส่งมันไปที่สวนสัตว์ จะมาเลี้ยงอยู่ที่นี่มันไม่ปลอดภัยนะ ถึงยังไงตรงตีนเขาก็ยังมีชาวบ้านอีกมาก”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็วางใจ เดิมทีหมาป่าเดียวดายเป็นสัตว์ป่า มีทักษะการเอาตัวรอดข้างนอกดีกว่าฟางเจิ้งมาก แต่ว่าถูกตำรวจพาไปหรือ แบบนี้มันเป็นปัญหาอยู่เล็กน้อย
ฟางเจิ้งกล่าว “อมิตาภพุทธ หมาป่าตัวนั้นเป็นเพียงแขกของวัดเหมือนกับพวกโยม อาตมาไม่มีสิทธิ์ตัดสินแทนมัน”
“เณรพูดแบบนี้ไม่สนุกเลยนะ…เอ่อ นั่นหมาป่าตัวนั้นเหรอ?” หลิวเทาจะพูดต่อ แต่มีหมาป่าตัวใหญ่สีเงินเดินเข้ามาจากด้านหลัง ก่อนช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างดูถูก! นิสัยเหมือนคนแบบนี้ทำให้หลิวเทาตกใจจนต้องกลืนคำพูดข้างหลังกลับลงท้องไป
หมาป่าเดียวดายไม่ได้ไปไหนไกล เห็นมีคนมาก็เลยกลับมาดูสักหน่อยว่าจะให้ผู้ปกปักแห่งพุทธศาสนาหมายเลขหนึ่งอย่างตนแสดงวิชาหรือไม่ เผื่อจะได้อาหารเพิ่มตอนเย็นด้วย แต่ก็ไม่มีอะไรให้มันทำ!
ฟางเจิ้งก็ไม่รู้ว่าหมาป่าเดียวดายจะรู้ไหมว่าควรทำอะไร จึงพูดเตือน “โยมมาไหว้พระอีกแล้วหรือ?”
……………………..