นกะลา! ผมไม่เคยเห็นอักษรของไต้ซือมาก่อน แต่ท่วงทำนองในอักษรนั่น ผมเคยเห็นแค่จากไต้ซือเฒ่าเท่านั้น วันนี้ผมแพ้แล้ว แพ้อย่างหมดรูปด้วย! ไต้ซือ ผมขอโทษที่เสียมารยาทกับท่าน กลับไปผมจะเขียนลงเว็บเวยป๋อขอโทษท่านอย่างเป็นทางการ”
โอวหยางเฟิงหวาพูดด้วยความตกใจระคนมึนงง “พระเจ้า พ่อแพ้หรอเนี่ย?” จากนั้นมองฟางเจิ้ง พูดด้วยความเหลือเชื่อว่า “เณ…ไต้ซือ ท่านเริ่มเขียนอักษรตั้งแต่อยู่ในท้องแม่เหรอ แล้วไหนบอกว่าเขียนอักษรพู่กันไม่เป็นไง บอกว่าใช้พู่กันไม่เป็นไม่ใช่เหรอ หลอกฉันนี่! ไหนว่านักบวชโกหกไม่ได้?”
ฟางเจิ้งยิ้มอย่างจนปัญญา “สีกา อาตมาใช้พู่กันครั้งแรกจริงๆ ส่วนอักษร? อาตมาเขียนยังไง ตัวอาตมาเองยังไม่รู้ แต่อาตมาเคยเห็นอักษรดีขนานแท้มาก่อน เทียบกับอักษรอาตมาแล้วต่างกันมาก! ดังนั้นอาตมาจะกล้าบอกว่าตัวเองเขียนพู่กันเป็นได้ยังไงล่ะ”
โอวหยางเฟิงหวาเงียบไป แต่โอวหยางหวาไจกลับร้องด้วยความตกใจ “ไต้ซือเคยเห็นอักษรที่ดีกว่านี้หรอครับ?”
ฟางเจิ้งพยักหน้า “นักบวชไม่โกหก”
โอวหยางหวาไจถามต่อ “อักษรที่ท่านเห็นเป็นอักษรที่ไต้ซือเขียนใช่ไหมครับ? แล้วมันชื่ออะไร? ยังมีอักษรนั้นให้ผมมีวาสนาได้ชมสักครั้งไหมครับ?”
ฟางเจิ้งยิ้มแห้งๆ ชมเหรอ? เขายังไม่รู้ว่าจะได้ชมอีกครั้งที่ไหนเลย! จะเอาออกมาให้โอวหยางหวาไจดูได้ยังไง?
ดังนั้นฟางเจิ้งจึงส่ายหน้า “อักษรนี้เรียกว่าอักษรพุทธองค์มังกร เป็นอักษรที่พระพุทธองค์เห็นมังกรเท