พทะยานขึ้นฟ้าแล้วจึงสร้างขึ้นมา อาตมามีวาสนาได้เห็นอักษรนี้เพียงครั้งเดียว เกรงว่าโยมคงต้องผิดหวังแล้ว”
โอวหยางเฟิงหวาไม่เชื่อเลยถามอีก “ไต้ซือน้อย เป็นไปได้ยังไง? ในเมื่อท่านเคยเห็นอักษรนั่นก็น่าจะเก็บไว้บ้างสิ? ทำไมถึงมีวาสนาได้เห็นครั้งเดียวล่ะ?”
“ไต้ซือน้อยอะไร? เรียกไต้ซือสิ!” โอวหยางหวาไจตักเตือน
โอวหยางหวาไจยู่ปากเล็ก “ก็เป็นไต้ซืออายุน้อยนี่นา…”
“ผู้บรรลุก่อนมาก่อน จะไปใช้อายุเป็นเกณฑ์วัดได้ยังไง?”
โอวหยางเฟิงหวาตะโกนอย่างไม่ยอม “ไต้ซือ…”
ฟางเจิ้งยิ้มน้อยๆ แสดงความเคารพตอบ ส่วนคำถามของโอวหยางหวาไจ เขาได้แต่ส่ายหน้า ไม่ได้พูดอะไร ไม่อยากโกหกกลัวจะถูกฟ้าผ่า
โอวหยางหวาไจได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าผิดหวัง แสดงความเคารพแล้วพูดขึ้น “ในเมื่อไต้ซือไม่บอก ผมก็จะไม่ดึงดัน” พูดจบก็มองเจียงซงอวิ๋นที่หน้าเขียวปัด ยิ้มเฝื่อนๆ ให้ “เมื่อกี้ผมอยากจะบอกว่าให้ตัดสินผมแพ้น่ะ แต่พี่เจียง…เฮ้อ”
พูดจบโอวหยางหวาไจหยิบบัตรธนาคารส่งให้เจียงซงอวิ๋น “ในนี้มีเงินเก็บมากกว่าครึ่งของผม หนึ่งล้านหยวน รหัส 959542”
พูดจบโอวหยางหวาไจก็จูงมือโอวหยางเฟิงหวากับชุยจิ่นลงเขาไป
โอวหยางเฟิงหวาไปแล้ว ทุกคนรู้ว่าการแสดงครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว
ซ่งเอ้อโก่วพูดอย่างมีเจตนาแอบแฝง “เจ้าตัวยอมแพ้แล้ว ตาแก่เจียงยังไม่ยอมรับอีกรึไง?”
เจียงซงอวิ๋นแค่นเสียงขึ้นจมูก ส่งบัตรธนาคารให้อู๋ฉางสี่ “พวกคุณชนะ! พอใจรึยัง! ไม่คิดจะมีที่ยืนให้