ะเป็นยังไงก็ตาม แต่หมู่บ้านจะมีชื่อเสียงหรือไม่นั้นก็ต้องหวังพึ่งพวกเขาด้วย
ชาวบ้านคนอื่นๆ เปลี่ยนมุมมองต่อฟางเจิ้ง เอาแต่พูดชมไม่หยุด จากนั้นก็แยกย้ายกันไป
พอคนเหล่านี้แยกย้าย พั่งจื่อ โหวจื่อ อู๋ฉางสี่ก็เข้ามาใกล้ ยิ้มพูดขึ้นว่า “ไต้ซือ ยินดีด้วยครับ!”
ฟางเจิ้งหัวเราะแห้งๆ “พวกโยม ยินดีอะไร? จากนี้ไปอย่าให้มีการประลองแบบนี้อีกนะ”
นี่คือคำพูดจากใจฟางเจิ้ง พอคนเหล่านี้มาวัดก็วุ่นวายไปหมด เหนื่อยจริงๆ อีกอย่างเขาไม่เก่งเรื่องการต้อนรับคน พอคนมากเข้าก็ทำอะไรไม่ถูก
ครั้งนี้อู๋ฉางสี่ขอให้ฟางเจิ้งทำให้สิ่งที่เหลือวิสัย ทำโดยไม่ได้บอกฟางเจิ้งเลย แต่เมื่อเห็นฟางเจิ้งไม่โกรธเลยถอนหายใจโล่งอก รับปากรัวๆ ว่าจากนี้จะไม่มีครั้งที่สอง!
จากนั้นอู๋ฉางสี่เอ่ยต่อ “ไต้ซือครับ การประลองครั้งนี้มีสัญญาเดิมพันด้วย พวกเราชนะมาหนึ่งล้านหยวน แต่ไต้ซือเป็นกำลังหลัก ดังนั้นพวกเราเลยอยากแบ่งให้…”
………………………………..…………