ตกใจสะดุ้งโหยง มองฟางเจิ้งโดยไม่รู้ตัว
ทว่าเจียงซงอวิ๋นกลับต่อว่า “มิตรสหายท่านนี้ อย่าส่งเสียงดังอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไล่นายออกไป!”
พั่งจื่อรู้ว่าตนเป็นฝ่ายผิดจึงไม่ส่งเสียง
เจียงซงอวิ๋นเหลือบตามองโอวหยางหวาไจแวบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายเหมือนคลุ้มคลั่ง ดวงตาแดงก่ำ ราวกับว่าทั้งตัวเข้าไปอยู่ในสภาวะเสียสติ ไม่ได้ยินเสียงตะโกนของพั่งจื่อเลย! อักษรก็ดุจดั่งลมคลั่ง ปรากฏบนกระดาษอย่างรวดเร็ว เขียนไปทีละตัวสวยมากจริงๆ!
ซุนก้วนอิงหัวหน้าสมาคมศิลปะพู่กันจีนอำเภอซงอู่อีกฝั่งเห็นดังนั้นก็อดชมมิได้ “สมกับเป็นผู้มีชื่อเสียง! ไม่ว่าข้างนอกจะวุ่นวายแค่ไหนก็ยังไม่สะทกสะท้าน! เขียนอักษรแค่ไม่กี่สิบตัวแต่เข้าไปอยู่ในสภาวะนี้ได้ พลังของอักษรหลอมรวมกันแล้วเป็นอักษรดี สมกับเป็นนักเขียนพู่กันจีนชื่อดัง!”
เจียงซงอวิ๋นปลงอนิจจัง “อักษรของคุณโอวหยางดีจริงๆ แถมยังดีกว่าเมื่อก่อนอีก! น่าเสียดายหลายปีมานี้คุณโอวหยางเขียนอักษรให้ทุกคนชื่นชมน้อยมาก ถ้าครั้งนี้ไม่ใช่เพราะอู๋ฉางสี่ก่อความวุ่นวาย ฉันก็ไม่รู้ว่าอักษรเขาจะอยู่ระดับไต้ซือของประเทศแล้ว! เหอะๆ ดูท่าครั้งนี้ที่ฉันส่งเสริมการประลองจะถูก ครั้งหน้าในการประลองศิลปะพู่กันจีนระดับประเทศ เมืองเฮยซานพวกเราจะต้องมีหน้ามีตาอย่างแน่นอน”
ซุนก้วนอิงพยักหน้าติดกัน “จริงๆ นะ การประลองศิลปะพู่กันจีนระดับประเทศครั้งนี้เมืองเฮยซานของเราจะต้องเฉิดฉาย!”
เจียงซงอวิ๋นพยักหน