้า ยิ้มจนปากแทบจะไม่หุบ ก่อนมองฟางเจิ้งแวบหนึ่ง ส่ายหน้าเล็กน้อย “หลวงจีนนี่ไม่รู้ทำอะไร เวลาประลองไม่ประลองดันเล่นมือถือ เขาคงยอมแพ้จริงๆ แล้วแหละ”
ซุนก้วนอิงพูดต่อ “พวกที่ชอบเอาใจฝูงชนเพื่อได้รับความเชื่อถือแบบนี้จะมีความสามารถอะไร? ช่างเถอะ วันนี้โชคดีได้เห็นอักษรของคุณโอวหยางก็มาไม่เสียเที่ยวแล้ว ถือว่านี่เป็นคุณูปการเขาแล้วกัน”
เจียงซงอวิ๋นพยักหน้า “จริงๆ ถ้าไม่ใช่ว่าเขาก่อเรื่อง พวกเราคงไม่มีดวงได้เห็นอักษรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้”
คนอื่นๆ ก็เห็นในจุดนี้จึงพูดคุยกันเบาๆ
“เฮ้ย เณรนั่นไม่เขียนอักษร ทำไมเล่นมือถือล่ะ?”
“ฮ่าๆ คงรู้ว่าสู้คุณโอวหยางไม่ได้เลยยอมแพ้ล่ะสิ”
“อักษรของคุณโอวหยางเหมือนเทพเขียนเองเลย สวยมาก มีพลังมากด้วย! คงอยู่ระดับเดียวกับปรมาจารย์ระดับประเทศแล้วมั้ง?”
“อักษรแบบนี้ ถ้าเป็นฉันก็ยอมแพ้เหมือนกัน เณรก็ฉลาด รู้ว่าอักษรตนเหมือนอุจจาระสู้อักษรคุณโอวหยางไม่ได้ เลยไม่เขียนซะเลย อย่างที่เรียกกันว่าไม่มีเปรียบเทียบก็ไม่เจ็บตัว”
“ใช่ ไม่เขียนก็ยังรักษาหน้าไว้ได้ ถ้าเขียน พอเทียบกันแล้ว หึๆ…”
…………
โอวหยางเฟิงหวาได้ยินทุกคนคุยกันก็แอบมองฟางเจิ้งแวบหนึ่ง เห็นฟางเจิ้งเล่นมือถือจริงๆ จึงส่ายหน้าเล็กน้อย ‘ตอนแรกคิดว่าเณรนี่จะน่าสนใจ จะแตกต่างกับทุกคนบ้าง ตอนนี้คงไม่ต่างอะไรกับเติงถูจื่อ[1] ดีแต่ชื่อแต่ปลอมเปลือก น่าเสียดายภายนอกก็ดูดี จิตใจทำให้พระโพธิสัตว์สกปรก มาบวชได้ยังไงกั