พวกคุณลำบากจนยอมกลับไป ในเมื่อมาหาเรื่องเขา ก็ต้องชี้ทางให้ถูกอยู่แล้ว”
โอวหยางเฟิงหวากลอกตาโต “ฟางเจิ้งคนนั้นแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ พวกคุณไม่มีใครชอบกันเลย?”
“เหอะ ไม่ใช่แค่แย่เท่านั้น แต่ไม่ใช่คนดีอะไร! ลักเล็กขโมยน้อย ต้มตุ๋นคนอื่น มีชื่อเสียงเหม็นเน่าเลยละ” ซ่งเอ้อโก่วพูดเสียงดังมาก พูดตะโกนทั้งประโยคแรกและหลัง
ชาวบ้านที่มามุงดูต่างเข้าใจแล้ว ขบวนรถนี้มาหาเรื่องฟางเจิ้ง เดิมทีได้ยินซ่งเอ้อโก่วพูดไร้สาระเลยจะมีคนออกมาค้าน แต่ตอนนี้ต่างเงียบงัน คนจากสมาคมศิลปะพู่กันจีนอย่างพวกเจียงซงอวิ๋นข้างหลังถามทางพวกเขา ต่างก็ชี้ไปทางตะวันตก
เมื่อมีคนยืนยันมากเข้าพวกโอวหยางหวาไจก็เชื่อ เหยียบคันเร่งไปทางตะวันตก
ซ่งเอ้อโก่วกอดไม้กวาดอันใหญ่ เอียงหมวกเงยหน้าขึ้นมองเห็นขบวนรถออกจากหมู่บ้านไปแล้วถึงถอนหายใจ “บ้าอะไรกันวะ ยังมาหาเรื่องฟางเจิ้งของเราอีก ไปทางตะวันตกนู่น ไปไกลๆ เลย…”
“เหล่าซ่ง!” ตอนนี้เองตู้เหมยตะโกนมา ซ่งเอ้อโก่วตัวสั่น “อะไร?”
ตู้เหมยหัวเราะเสียงดัง “ทำได้ดีมาก เดี๋ยวหยางหวาไปซื้อเหล้ากลับมา ตอนเที่ยงไปกินที่บ้านฉันกัน”
“ดี ตกลง รอฉันกวาดถนนเสร็จก่อนแล้วจะไป” พูดจบซ่งเอ้อโก่วก็โบกไม้กวาด ทำงาน!
คนอื่นๆ เห็นซ่งเอ้อโก่วแบบนี้ก็พากันพยักหน้า หลังจากเจ้านี่ขึ้นเขาไปครั้งก่อนกลับมาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ขยันขันแข็งทำเรื่องดี ใครมีปัญหาจะรีบไปทันที ทำงานเร็วปานสายฟ้า ก่อนหน้านี้ทุกคนเรียกเข