ม่ได้ไปหาโอวหยางหวาไจ แต่ไปหาเพื่อนที่เป็นนักข่าวในสำนักพิมพ์ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องอื่น แต่เป็นการประกาศศึกกับโอวหยางหวาไจ!
เดิมทีทุกคนเป็นเพื่อนกัน พอได้ยินว่าอู๋ฉางสี่ถูกมือมืดถอดออกจากงานก็โกรธแค้น พากันส่งต่อกันไป!
เรื่องราวใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงหูโอวหยางหวาไจ
พอโอวหยางหวาไจเห็นเงินเดิมพันหนึ่งล้านแล้วก็อึ้งไป หนึ่งล้าน? ถึงเขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญพู่กันจีน แต่เงินหนึ่งล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ! ขณะเดียวกันตัวเลขนี้ก็ไม่ได้น้อยสำหรับอีกฝ่ายด้วย! เงินเดิมพันมากขนาดนี้ หรือว่าอีกฝ่ายจะเตรียมพร้อมมาแล้ว?
คิดได้ดังนั้นโอวหยางหวาไจก็ไม่กล้าเดิมพันเล็กน้อย แต่ถ้าไม่ตอบกลับไปชื่อเสียงคงป่นปี้! ชื่อเสียงกับเงินทองอันไหนสำคัญกว่ากัน?
สุดท้ายโอวหยางหวาไจก็ตอบกลับไป “เดิมพันก็เดิมพัน! แต่เดิมพันอักษรไม่น่าสนใจ เอาเป็นอักษรใครสวยกว่าดีกว่า! ถ้าเณรนั่นอักษรสวยกว่าฉันจริงๆ ฉันจะยอมแพ้! กลับกัน อู๋ฉางสี่จะต้องมาขอขมาฉัน และยอมรับว่าเป็นคนโกหกหลอกลวงคนอื่น!”
อู๋ฉางสี่ตะโกนผ่านอากาศไป “ไม่มีปัญหา! ถ้านายแพ้ ฉันขอห้าแสน ที่เหลืออีกห้าแสนให้ไต้ซือซ่อมแซมวัด!”
โอวหยางหวาไจรับคำท้า สองคนนัดกันว่าอีกสามวันขึ้นเขา!
เวลานี้คนทั้งเมืองเฮยซานต่างสนใจการเดิมพันของสองคน ต่างเชิดหน้าเฝ้ารอคอยผลสรุป ขณะเดียวกันก็อยากรู้มากว่าภูเขาเอกดรรชนีกับวัดเอกดรรชนีเป็นที่แบบไหน ถึงทำให้เกิดสงครามครั้งนี้ขึ้นมาได้? แม้สังคมจ