มด…”
“หานเซี่ยวกั๋วมีคนมาเยี่ยมแกน่ะ” ตอนนี้เอง ตำรวจเดินเข้ามาแจ้ง
หานเซี่ยวกั๋วได้ยินว่ามีคนมาก็ตื่นเต้นเล็กน้อย เมียกับลูกคือที่พึ่งทางใจสุดท้าย จึงย่อมไม่ทำตัวคลุ้มคลั่งอีก
หานเซี่ยวกั๋วกับหลู่ซวงซวงมองพบหน้ากันผ่านกระจก พอได้ยินหลู่ซวงซวงบอกว่าหมี่ลี่หายดีแล้วเขาก็ตะลึงค้าง
“ซวงซวงเธอพูดจริงเหรอ? หมี่ลี่หายแล้วจริงๆ เหรอ?” ลูกตาหานเซี่ยวกั๋วแทบจะถลนออกมา
“หายแล้ว นี่คือใบเสร็จต่างๆ ที่หมอให้มา เขียนไว้ชัดเจนเลยนะว่าร่างกายแข็งแรงมาก ไม่มีใครแข็งแรงกว่านี้อีกแล้ว นี่…มันปาฏิหาริย์จริงๆ” หลู่ซวงซวงพูดถึงประโยคหลังก็ร้องไห้ ความกล้ำกลืนที่เก็บไว้พูดได้แต่กับสามีเท่านั้น
สองคนร้องไห้ด้วยกัน ร้องไห้สักพักก็หัวเราะ…
“หานกั๋ว คุณบอกความจริงมานะ หลวงจีนบนเขาเอกดรรชนีเป็นคนรักษาใช่ไหม?” สุดท้ายหลู่ซวงซวงก็ถามออกไป
หานเซี่ยวกั๋วอยากพยักหน้ามาก แต่พอนึกถึงกฏสามข้อของเขากับฟางเจิ้งก็ได้แต่พูดอย่างจำใจ “อย่าถามเรื่องนี้เลย มีโอกาสก็ช่วยฉันขึ้นเขาไปจุดธูปหน่อย ไต้ซือมีบุญคุณกับพวกเรามาก…น่าเสียดายผมคงได้แต่ตอบแทนในชาติหน้า แล้วก็ถ้าผมตาย ให้บริจาคศพผมไปนะ ถ้าไม่ตาย จากนี้ผมจะดูแลทั้งสองบ้าน หวังว่าคุณจะเข้าใจ” หานเซี่ยวกั๋วมองหลู่ซวงซวงอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกผิดมาก สองวันนี้เขาด่าฟางเจิ้งไปเยอะเลย
แม้จะไม่ยอมรับ แต่คำพูดนี้ก็อธิบายทุกอย่างแล้ว
หลู่ซวงซวงเข้าใจว่าสองบ้านที่หานเซี