ผังเหว่ยกำหมัดแน่น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
“อธิบดีครับ…” อู๋ไห่ถาม
อธิบดีจาง “ช่างเถอะ ลูกสาวนายจะมาไม่มาฉันรับปากไม่ได้ แต่ฉันให้โอกาสนายโทรหาได้”
“ไม่ต้อง ฉันต้องการให้พวกแกทำให้สำเร็จ! ไม่มีต่อรองอะไรแล้ว! ก่อนเที่ยงถ้าไม่เจอลูกสาวฉันจะจบทุกอย่าง” หานเซี่ยวกั๋วพูด
อธิบดีจางมองฟางเจิ้ง ฟางเจิ้งประนมมือ “อมิตพุทธ โยม โยมหานสำนึกผิดจากใจจริงแล้ว ช่วยให้เขาสมความปรารถนาจะดีกว่า”
อธิบดีจางพยักหน้า “ในเมื่อไต้ซือออกปาก ผมจะจัดการอย่างสุดความสามารถ แต่นายต้องรับปากนะว่าช่วงนี้ห้ามก่อความวุ่นวาย!”
“วางใจ ฉันไม่ก่อความวุ่นวายหรอก จะรออยู่ที่นี่แหละ” หานเซี่ยวกั๋วตอบพลางยิ้มเฝื่อนในใจ ก่อความวุ่นวาย? มีหลวงจีนนี่อยู่เขาจะก่อความวุ่นวายยังไง?
อธิบดีจางหยิบวิทยุสื่อสารออกมาแล้วเดินออกไปไกลๆ
ไม่นานอธิบดีจางก็กลับมา ถอนหายใจว่า “หานเซี่ยวกั๋ว ทำไมนายต้องทำแบบนี้? ลูกสาวนายกำลังป่วยหนัก ไม่ควรเดินทางไกลนะ”
หานเซี่ยวกั๋วได้ยินดังนั้นก็เงียบ ตามสัญญาแล้วเขาบอกไม่ได้ว่าจะพาลูกสาวมารักษา จึงได้แต่เงียบ
อธิบดีจางพูดต่อ “หมอก็บอกแล้วว่าลูกสาวนายอยู่ได้ไม่นาน บางทีอาจได้พบกันครั้งสุดท้าย ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ”
พูดจบอธิบดีจางก็ให้พวกอู๋ไห่จับตามองหานเซี่ยวกั๋ว ส่วนเขาลงเขาไปเตรียมลับลูกสาวหานเซี่ยวกั๋ว
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นจึงหมุนตัวกลับเข้าไปในอุโบสถ ทำความสะอาดอุโบสถต่อ ส่วนเรื่องข้างนอกเขาไม่สนใจแล้ว
เวลาผ่านไ