“ไต้ซือพูดมาเถอะครับ” หานเซี่ยวกั๋วว่า
ฟางเจิ้งพูดต่อ “ข้อแรก จะรักษาแค่บนเขาเท่านั้น”
หานเซี่ยวกั๋วพยักหน้า
ฟางเจิ้งกล่าวต่อ “ข้อสอง หลังลูกสาวโยมหายดีแล้ว โยมห้ามพูดกับใครเรื่องการรักษาของอาตมา”
หานเซี่ยวกั๋วงุนงง จากนั้นก็นึกถึงความสามารถของฟางเจิ้งแต่กลับอาศัยอยู่ในถิ่นกันดารและหนาวเหน็บแบบนี้ อาจจะไม่อยากออกไปแก่งแย่งชื่อเสียงเงินทอง เขาเลยพยักหน้าตกลง
เขาจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าที่ฟางเจิ้งอยู่ที่นี่ก็เพราะความจำใจ เขาก็อยากออกไปยิ่งใหญ่เหมือนกัน…
ฟางเจิ้งกล่าวต่อ “สุดท้าย ไม่ว่ายังไงโยมก็ต้องมอบตัว ไม่ต่อต้าน ส่วนความเป็นตาย อาตมารับประกันให้โยมไม่ได้ ทุกอย่างตัดสินตามกฏหมาย นี่คือค่ารักษาที่โยมซื้อจากอาตมา”
“ผมรู้ว่าผมติดค้างคนคุ้มกันนั่นมาก ถ้าผมตายก็ถือว่าชดใช้ด้วยชีวิต ถ้าโชคดีไม่ตาย ผมจะขออโหสิกรรมเขาไปชั่วชีวิต” หานเซี่ยวกั๋วพยักหน้า เขามองข้ามความเป็นตายของตนไปนานแล้ว ไม่วางใจก็แค่อย่างเดียวคือลูกสาว
“ดี…ถ้าอย่างนั้นรอจนถึงวันพรุ่งนี้” ฟางเจิ้งพูด
ฝนข้างนอกตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ฟ้าผ่าไม่หยุดหย่อน…ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าตนทำแบบนี้ถูกหรือผิด นิสัยคนซับซ้อน อีกฝ่ายจะสำนึกผิดจากใจจริงเพราะเขาช่วยลูกสาวเขาไหม? ฟางเจิ้งไม่รู้…
“เรื่องทางโลกฟ้าลิขิต พบกันเป็นโชคชะตา อาตมาเพิ่งได้รับยาหวนคืนเล็กมาก็เจอกับเรื่องแบบนี้ ดูท่าเด็กหญิงคนนั้นก็ถูกลิขิตไว้แล้วว่าจะไม่ตาย ช่างเถอะ ไม่ได้ทำเพื่อบุญกุ