ศลครั้งใหญ่แล้ว แต่ทำเพื่อช่วยคนคนหนึ่ง ส่วนหานเซี่ยวกั๋วก็กรรมตามสนองไปตามกรรม ฆ่าคนก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต” ฟางเจิ้งพูดด้วยความปลงอนิจจัง
ฝนตกหนัก มาเร็วไปเร็ว หนึ่งชั่วโมงกว่าต่อมาฝนหยุด ทว่าความหนาวที่มากับฝนยังคงอยู่…
วันต่อมาท้องฟ้าสว่างเรืองรอง ฟางเจิ้งตื่นนอน ดวงตาเปล่งประกาย! ทั้งวัดถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง วัดโบราณคลุมด้วยชั้นหิมะ ภายใต้แสงสว่างของฟ้าดูสว่างพร่างพราวเด่นตาเป็นพิเศษ! ใต้ชายคามีน้ำแข็งห้อยลงมาราวกับกระบี่ล้ำค่า…
นี่เป็นหนึ่งในของเล่นที่ฟางเจิ้งชอบมากที่สุดสมัยเด็ก อดใจไม่ไหวเข้าไปเล่น เด็ดลงมาสองอัน กำไว้ในมือทำเป็นกระบี่ยาวกวัดแกว่ง มีความรู้สึกเหมือนเด็กเล็กน้อย
ตอนนี้เองหมาป่าเดียวดายวิ่งเข้ามา เจ้านี่เองก็ยอมงับแท่งน้ำแข็งมาสู้กับฟางเจิ้ง แต่สุดท้ายชนกันแท่งน้ำแข็งแตกเป็นหลายท่อน คนกับหมาป่าจึงต้องหาแท่งน้ำแข็งอันอื่นมาสู้กันอีก
เล่นกันช่วงเช้า บนพื้นเต็มไปด้วยแท่งน้ำแข็ง…
หม้อใหญ่ติดไฟ ต้มน้ำ อาศัยจังหวะที่ข้าวยังไม่สุกไปฝึกหัตถ์พลังนักรบโพธิสัตว์ จากนั้นข้าวสุกพอดี!
ขณะนี้หานเซี่ยวกั๋วตื่นแล้ว เมื่อวานหนาวจะแย่ ประกอบกับคิดมากตอนกลางคืนจึงแทบไม่ได้นอน เลยตื่นสาย พอได้กลิ่นหอมข้าวก็เข้ามาใกล้ พูดขึ้นด้วยความแปลกใจ “ไต้ซือ ทำไมข้าวหอมแบบนี้ล่ะ? เหมือนจะหอมกว่าข้าวที่ผมกินเมื่อวานอีก!”
“นี่คือข้าวผลึกของอาตมา เดี๋ยวโยมลองชิมดู” ฟางเจิ้งหัวเราะ ครั้งนี้เขาใส่ข้า