วผลึกเยอะหน่อย ดวงชะตาอนาคตของหานเซี่ยวกั๋วไม่แน่นอน ฟางเจิ้งจึงจะทำมื้ออร่อยส่งเขา
หานเซี่ยวกั๋วได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ เข้าใจความหมายฟางเจิ้งแต่ไม่ได้พูดอะไร เขาคิดมาทั้งคืนจนเหมือนจะเข้าใจแล้ว
ข้าวสุก คนกับหมาป่ากินอย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะหานเซี่ยวกั๋ว เขาไม่เคยกินข้าวที่อร่อยแบบนี้มาก่อน ยัดใส่ปากคำใหญ่ กลิ่นหอมที่เข้าปากทำให้ชายร่างกำยำแทบจะซาบซึ้งจนร้องไห้
ส่วนฟางเจิ้งกินทุกวันแล้ว ภูมิต้านทานทำให้เขากินข้าวอย่างเอื่อยเฉื่อย จะดื่มน้ำเล็กน้อยตลอดให้ลื่นคอ กินอย่างสงบนิ่ง มีกลิ่นอายของพระอาจารย์ชั้นสูงเล็กน้อย
กินข้าวเช้าเสร็จ ฟางเจิ้งให้หานเซี่ยวกั๋วรอหลังวัด ส่วนตนหยิบผ้าไปเช็ดทำความสะอาดอุโบสถ
หานเซี่ยวกั๋วเห็นดังนั้นก็ไม่วางเฉย เริ่มช่วยฟางเจิ้งกวาดวัด เช็ดประตู…ขณะสองคนกำลังยุ่งอยู่ก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากข้างนอก
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็วางผ้า ถอนหายใจ
หานเซี่ยวกั๋วยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดกับฟางเจิ้ง “ไต้ซือ ช่วยจำคำที่ท่านพูดไว้ด้วย”
ฟางเจิ้งพยักหน้า มีกลุ่มคนเข้ามาจากนอกประตูใหญ่
“ไต้ซือ พวกเรามาเยี่ยมอีกแล้ว…เอ่อ หานเซี่ยวกั๋ว?! หยุดอย่าขยับ!” อธิบดีจางนำหน้าและยังมีตำรวจติดอาวุธอีกหลายนาย ด้านข้างเป็นอู๋ไห่กับผังเหว่ย อธิบดีจางเพิ่งเข้ามา ก่อนหน้านี้ยังยิ้มแย้ม แต่ต่อมากลับจริงจัง ชี้หานเซี่ยวกั๋วพลางตะโกนเสียงดัง!
พวกอู๋ไห่ทยอยกันชักปืนออกมาเล็งไปที่หานเซี่ยวกั๋ว!
ช่วยไม่ไ