ห้หมาป่าเดียวดายเฝ้าอยู่ตรงนั้นตลอด หากหานเซี่ยวกั๋วไม่ไหวก็ให้พาเข้ามา
ช่วงที่ฟางเจิ้งมาถึงประตูก็ได้ยินหานเซี่ยวกั๋วพูดอย่างไร้เรี่ยวแรง “ไต้ซือ ผมสำนึกผิดแล้ว! ผมไม่ควรฆ่าคน ไม่ควรฆ่าคนคุ้มกันรถส่งเงิน ไม่ก็ไม่ควรเป็นทหารรับจ้างบ้าบออะไรนั่น…ชีวิตนี้ผมฆ่าคนมามาก สองมือเปื้อนกลิ่นคาวเลือด ผมสมควรตาย! ผมสมควรตายจริงๆ แต่ตอนนี้ผมยังตายไม่ได้…”
แอ๊ด!
ประตูใหญ่เปิดออก หานเซี่ยวกั๋วหันหลังให้ประตูใหญ่ตลอด เมื่อประตูเปิดเขาก็เอนล้มลงไป
ฟางเจิ้งก้มหน้ามอง เห็นดวงตาหานเซี่ยวกั๋วเริ่มพร่ามัวแล้ว
แต่หานเซี่ยวกั๋วเห็นพระผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างไร้ที่เปรียบซ้ำยังมีแสงพุทธขยับวูบวาบรางๆ ปรากฏในดวงตา ตอนนั้นเขารู้ว่ามีคนช่วยแล้ว! ขณะเดียวกันพระศักดิ์สิทธิ์ชุดขาวรูปนั้นยังฝังประทับลึกลงในใจเขา
ฟางเจิ้งพาหานเซี่ยวกั๋วเข้าไปในห้องหลังวัด เตาไฟกำลังร้อน เขาถอดเสื้อผ้าหานเซี่ยวกั๋วออก แขวนไว้อังไฟข้างๆ ราดน้ำร้อนที่ต้มไว้นานแล้วลงไปถังหนึ่ง เนื้อตัวหานเซี่ยวกั๋วจึงสะอาด จากนั้นใช้ผ้าฝ้ายที่เขามีอยู่ห่อตัวอีกฝ่ายเอาไว้
ในที่สุดหานเซี่ยวกั๋วก็ตื่นขึ้นสลึมสลือ เห็นเตาไฟตรงหน้า ผ้าห่ม รวมถึงน้ำและข้าวอย่างละชามวางไว้ข้างๆ หานเซี่ยวกั๋วจึงร้องไห้ออกมาทันที
ปึก!
หานเซี่ยวกั๋วคุกเข่าตรงหน้าฟางเจิ้ง ก้มหัวคารวะ “ขอบคุณไต้ซือที่ช่วยชีวิตมากครับ! ขอบคุณไต้ซือมาก!”
ฟางเจิ้งหมดห่วงแล้ว ขณะเดียวกันยังถอนหายใจอยู่ภา