ยใน เดิมทีเขาแค่อยากให้หานเซี่ยวกั๋วกลับมาเป็นคนดี วางมีดสังหารลง ได้บรรลุธรรม เพียงแต่ไม่คิดเลยว่ายิ่งเรื่องดำเนินมาก็ยิ่งทำให้เขายากจะจัดการเรื่องนี้ในมุมมองภารกิจ อารมณ์ความรู้สึกเย็นชาหรืออบอุ่น ใจตนรู้ดี
สุดท้ายหลังหานเซี่ยวกั๋วหมดสติไป เขาก็ยังทำในสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้อง ส่วนจะเปลี่ยนให้อีกฝ่ายเป็นคนดีได้ไหม มันไม่สำคัญแล้ว
ตอนนี้หานเซี่ยวกั๋วเคารพจากใจจริงแล้ว ทำให้ในใจฟางเจิ้งเต็มไปด้วยความพอใจและภูมิใจ
‘นี่คือความสุขจากการช่วยคนแหละนะ ความสุขของไต้ซือ ไม่ใช่เรื่องเงินทองอะไรแบบนั้น สบายจริงๆ…’ ฟางเจิ้งพึมพำในใจ
“อมิตพุทธ ช่วยหนึ่งชีวิตมีค่ากว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น อาตมาแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ เชิญโยมลุกขึ้นเถอะ” ฟางเจิ้งกล่าว
หานเซี่ยวกั๋วลุกขึ้นนั่ง แต่ไม่กล้านั่งม้านั่งแล้ว เขายกม้านั่งให้ฟางเจิ้งนั่งด้วยความนอบน้อม ก่อนพบว่าในห้องนี้มีม้านั่งแบบนี้แค่ตัวเดียว…
ความจริงในวัดฟางเจิ้งไม่ได้มีม้านั่งอะไร ปกติเขาจะอยู่ข้างนอก ใช้หินเป็นม้านั่ง ม้านั่งแบบนี้เป็นของหายากจริงๆ ส่วนเก้าอี้? นั่นเป็นของฟุ่มเฟือย ไม่มี!
ฟางเจิ้งเองก็ไม่เกรงใจ เมื่อครู่หานเซี่ยวกั๋วหมดสติไป เตาไฟอุ่นแล้วเลยให้เขานั่งข้างเตาไฟ ม้วนผ้าห่ม แถมฟางเจิ้งยังต้องประคองเขาถึงจะไม่ล้ม
ตอนนี้หานเซี่ยวกั๋วตื่นแล้ว ฟางเจิ้งนั่งลงอย่างที่ควรจะเป็น
“ดื่มน้ำกินข้าวหน่อยเถอะ” ฟางเจิ้งชี้น้ำกับข้าวข้างๆ น้ำเป็นน้ำจากใ