นโอ่งพุทธ ข้าวก็เป็นข้าวหยาบ เป็นข้าวธรรมดา แต่พอใช้น้ำในโอ่งพุทธหุงจะหอมกว่าข้าวปกติมาก
หานเซี่ยวกั๋วหิวจะแย่แล้ว หลังเอ่ยขอบคุณก็กินข้าวดื่มน้ำอย่างมูมมากจนเกลี้ยง แถมยังพูดว่านี่เป็นข้าวที่อร่อยที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมาในชีวิต
ฟางเจิ้งอยากตอบไปมากว่า ‘แกพูดถูก!’
แต่ถ้าพูดไปมันจะดูเสแสร้งมาก เลยเลิกคิดไป
หานเซี่ยวกั๋วกินเสร็จแล้วฟางเจิ้งจึงถาม “ในเมื่อโยมรู้สำนึกแล้ว จากนี้ไปโยมจะทำยังไง? หนีต่อ? เข้าไปในภูเขาลึก ไม่ออกมาตลอดชีวิตเหรอ?”
หานเซี่ยวกั๋วตรึกตรองอยู่ชั่วครู่ก็ส่ายหน้า “ไต้ซือ ผมไม่ปิดบังละนะ วันพรุ่งนี้ผมจะลงเขา ไม่ไปหลังเขาแล้ว แต่จะเดิมพันว่าพวกเขาจะไปหาตัวผมที่หลังเขา ผมจะใช้โอกาสนี้กลับเมือง จะใช้ยาน้ำจัดการกับกลิ่นตัวผม ต่อให้พวกเขามีสุนัขตำรวจก็เถอะ แต่หลบพวกเขาไปได้สองวันก็จะผ่านไปได้ เพียงแต่ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะปิดทางลงเขาไว้…”
“ทางลงเขาถูกตำรวจปิดไว้แล้ว โยมจะลงเขายังไง?” ฟางเจิ้งไม่พอใจเล็กน้อย เจ้านี่ยังคิดหนีอีก! แกคงกลับตัวเป็นคนดีไม่ได้แล้วใช่ไหม?
หานเซี่ยวกั๋วยิ้มเฝื่อน “ปิดผมก็ต้องลง ต้องฝ่าออกไป! ผมจะออกเดินทางรุ่งสาง…”
ฟางเจิ้งไม่ตอบ เขากำลังใคร่ครวญ เจ้านี่หลงผิดอย่างกู่ไม่กลับแล้ว จะตบให้สลบดีไหมแล้วโยนให้อู๋ไห่ให้เขาได้ความดีความชอบ
หานเซี่ยวกั๋วไม่รู้ว่าฟางเจิ้งกำลังคิดอะไรอยู่ เห็นฟางเจิ้งเงียบ ขมวดคิ้วเล็กน้อยก็รู้ว่าการกระทำของตนอาจจะทำให้ไต้ซื