วรู้สึกดีมาก ไม่รู้ว่าตอนกลางคืนจะเป็นยังไง เลยมาเยี่ยมชมอีกรอบ เอ่อ ไต้ซือสะดวกไหม?” อู๋ไห่เรียนรู้เร็ว พูดว่าตรวจค้นคงไม่ดี ก็ใช้เยี่ยมชมนี่แหละ!
ฟางเจิ้งย่อมไม่ขวาง เขาให้ความร่วมมือกับสองคนเดินในวัดหนึ่งรอบ หลังมั่นใจว่าฟางเจิ้งไม่ได้ถูกข่มขู่และปลอดภัยดีแล้วถึงเอ่ยลาไป
เพียงแต่ว่าตอนที่สองคนไป มีบางคนมองพวกเขาด้วยแววตาอยากจะกินพวกเขา!
“ช้าชิบ…ข้าหนาวจะตายอยู่แล้ว!” หานเซี่ยวกั๋วกัดฟันด่าทอ
เห็นประตูใหญ่ปิดลงอีกครั้ง หานเซี่ยวกั๋วก็รีบวิ่งเข้าไป “ไต้ซือ ไต้ซือ! อย่าปิดประตู ผมไม่รู้ว่าผิดตรงไหน ไต้ซือช่วยชี้แนะด้วย!”
ฟางเจิ้งมองหานเซี่ยวกั๋วคุกเข่าอยู่หน้าประตูพลางพยักหน้าเล็กน้อย “ตัวเองยังไม่รู้ แล้วอาตมาจะชี้แนะยังไง? ไม่รู้ก็คิดต่อไป” จากนั้นปิดประตูอีกครั้ง
หานเซี่ยวกั๋วมีสีหน้าสิ้นหวัง เขาไม่รู้จริงๆ ว่าผิดตรงไหน…
ทว่าไกลออกไป ผังเหว่ยกับอู๋ไห่กำลังเดินอยู่ อู๋ไห่พลันร้องขึ้น “ไม่ใช่ละ!”
“ทำไมอู๋ไห่? นายอย่าตกใจแบบนี้สิ ทำคนอื่นเขาตกใจไปด้วยรู้ไหม?” ผังเหว่ยกดปืนตามจิตใต้สำนึก จากนั้นบ่นว่า
อู๋ไห่ “ผังเหว่ย ฉันขอถามนายนะ นายสังเกตชุดที่หลวงจีนนั่นสวมรึเปล่า?”
“สังเกตอะไร? อากาศหนาวขนาดนี้ ฉันสนแค่เจอหานเซี่ยวกั๋วรึเปล่าแค่นั้น” จากนั้นผังเหว่ยก็ถามขึ้นอย่างตื่นตัว “นายพบอะไรเหรอ? หรือหานเซี่ยวกั๋วอยู่ในวัดจริงๆ?”
“อยู่ก็บ้าสิ! พวกเราดูกระทั่งโอ่งน้ำ เขาจะซ่อนไหนได้? พวกเร