รวจอ้วนพูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “อู๋ไห่ นายว่าทำไมพวกเราไม่อยู่ที่วัดเลยล่ะ? ที่นั่นมีห้องนี่ อยู่ก็สุขสบายดี ไม่ต้องกางเต็นท์ ลำบากชะมัด”
“ต้องปิดทางลงเขาน่ะ อีกอย่างฉันได้ยินอธิบดีบอกว่าวัดนี้เป็นวัดเล็ก ไม่ดูแลเรื่องที่พัก เหมือนว่าจะเป็นกฏของวัด…พวกเราไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ก็ต้องเคารพความเชื่อและกฏของเขา แต่ไม่ว่ายังไงในนั้นก็มีเรื่องซับซ้อนบางอย่างที่ฉันเองก็ไม่แน่ใจ แต่ช่างเถอะ แค่จับหานเซี่ยวกั๋วได้ก็คุ้มแล้ว” อู๋ไห่พูดพลางเดินมาถึงประตูใหญ่
เพราะเสียงฝนตกดัง ฟ้าผ่าดังสนั่น พื้นที่กว้างโล่ง สองคนจึงต้องพูดเสียงดัง แน่นอนว่าฟางเจิ้งได้ยิน ดังนั้น…
อู๋ไห่กับผังเหว่ยเพิ่งมาถึงประตูก็ได้ยินเสียงแอ๊ด ประตูใหญ่เปิดออก หลวงจีนหัวโล้นสวมชุดสีขาวหิมะปรากฏหลังประตู จังหวะการเปิดประตูไม่เร็วไม่ช้า ความรู้สึกนั้นประหนึ่งหลวงจีนนี่รอพวกเขามาตลอด!
“ไต้ซือ ท่านจะไปไหนตอนนี้?” อู๋ไห่ถามขึ้นโดยจิตใต้สำนึก
ฟางเจิ้งยิ้ม “มารอพวกโยมสองคน”
“รู้ว่าพวกเราจะมาเหรอ?” ผังเหว่ยตกใจ
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “ไม่รู้ แต่อาตมาเพิ่งมาถึงวัด ได้ยินพวกโยมสองคนคุยกันเลยเปิดประตูต้อนรับ”
“อย่างนี้เอง ตกใจแทบแย่ ผมยังคิดว่าท่านรู้ล่วงหน้าซะอีก” ผังเหว่ยหัวเราะเหอะๆ
ฟางเจิ้งสวดไปหนึ่งบท “อมิตพุทธ อาตมาเป็นเพียงนักบวชธรรมดา จะรู้ล่วงหน้าได้ยังไง ตำรวจสองท่านนี้มาทำไมกัน?”
“ไม่มีอะไรครับ เมื่อตอนกลางวันมาเยี่ยมชมวัดท่านแล้