ไม่ควรออกจากวัด” หานเซี่ยวกั๋วครุ่นคิดอย่างรวดเร็วพลางตอบไป
ฟางเจิ้งกล่าว “ความผิดเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ความผิด ถ้าโยมอยากเข้ามาก็คิดดูดีๆ ว่าผิดตรงไหน ถ้าคิดไม่ออก ก็คิดให้เข้าใจข้างนอก สวรรค์กับนรกอยู่ระหว่างหนึ่งความคิด โยมตรึกตรองให้ดีๆ” ฟางเจิ้งพูดจบก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
หานเซี่ยวกั๋วได้ยินดังนั้นความคิดก็ขาวโพลน เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าไปทำอะไรให้ฟางเจิ้งไม่พอใจ…ตอนนี้เองมีแสงไฟส่องมาแต่ไกล หานเซี่ยวกั๋วจึงรีบวิ่งไปหลบในพุ่มหญ้าใกล้ๆ ไม่นานเสียงสองคนคุยกันก็เข้ามาใกล้
“อู๋ไห่ พวกเราต้องมาจริงๆ เหรอ?” ตำรวจนายหนึ่งบ่น
อู๋ไห่ยิ้มแห้ง “ถึงฉันจะไม่ชอบเณรนั่นก็เถอะ แต่นี่เกี่ยวกับชีวิตคนนะ ถ้าฟ้าใส ด้วยความสามารถของหานเซี่ยวกั๋วแล้วต้องซ่อนตัวถึงตอนกลางคืนได้แน่ แต่นี่ฝนตกหนักก่อนเข้าหน้าหนาว เขาต้องไม่กล้าก่อไฟ แต่ไม่มีไฟเขาก็ต้องหนาวตาย! แต่ถ้าเขาไปภูเขาลึกๆ ก็ช่าง แต่ถ้ายังซ่อนตัวอยู่บนเขาก็มีที่หลบฝนเพียงที่เดียวคือวัด หากเขาเข้าไปในวัด เณรนั่นจะต้องอันตราย ยังไงก็ต้องมาดูนั่นแหละ…”
“อู๋ไห่ นายนี่มันปากร้ายใจดีจริงๆ นะ ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าใครพูดอยู่นั่นแหละว่าเณรนั่นไม่รู้จักให้ความร่วมมือ ตอนนี้เป็นยังไงล่ะ เหอะๆ” ตำรวจอ้วนหัวเราะ
“เอาเถอะ อย่าพูดมาก เป็นตำรวจก็ได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้นั่นแหละ แต่ว่าอากาศแบบนี้หนาวจริงๆ นะ! รีบไปดูวัดเถอะ ถ้าไม่มีอะไรจะได้กลับแคมป์” อู๋ไห่กล่าว
ตำ