้ ไปเถอะ” พูดจบ ไม่ทันให้หานเซี่ยวกั๋วตอบกลับ ฟางเจิ้งก็เดินไปทันที!
ออกจากรัศมีมีดไปแบบนี้ หานเซี่ยวกั๋วถึงได้สติกลับมา ถือปืนชี้ฟางเจิ้งพร้อมเดินไป เดินไปพลางพูดไปพลาง “เณร แกอย่าเล่นตุกติกเชียว! ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งแกไปพบพระโพธิสัตว์ที่ชมพูทวีปจริงๆ!”
“อมิตพุทธ ถ้าโยมมีความสามารถจริงๆ อาตมาก็อยากพบพระโพธิสัตว์จริงๆ เหมือนกัน…” ฟางเจิ้งไม่ได้โกหก เขาพูดจริง ไม่อยากเป็นหลวงจีนแล้วจริงๆ! แม้ตอนนี้จะไม่ถือว่าลำบาก แต่ต้องอยู่บนเขาคนเดียวทั้งวันช่างทรมานนัก!
แต่หานเซี่ยวกั๋วไม่รู้ว่าฟางเจิ้งคิดอย่างไร คิดแค่ว่าฟางเจิ้งกำลังยั่วยุ จึงใช้มือทุบหัวฟางเจิ้ง!
แต่ว่า!
โป๊ก!
“โอ๊ย!” หานเซี่ยวกั๋วคลึงมือ ก่อนด่าทอ “เณร ทำไมหัวแกเหมือนหินเลย? ทำไมแข็งแบบนี้หะ?”
“อมิตพุทธ อาตมาหัวแข็งมาตั้งแต่เด็กแล้ว ถ้าโยมเจ็บก็เป็นความผิดอาตมาจริงๆ” ฟางเจิ้งตอบ
หานเซี่ยวกั๋วหน้าแดง เขาเป็นทหารรับจ้างมาทั้งชีวิต เป็นครั้งแรกที่ทุบคนแล้วเจ็บเอง แถมยังถูกคนที่ทุบปลอบ…ความรู้สึกนี้ ทำไมถึงเหมือนกำลังถูกเยาะเย้ย!
ดังนั้นหานเซี่ยวกั๋วจึงทุบไปอีกครั้ง!
แก๊ง!
หานเซี่ยวกั๋วเหมือนกับเห็นผี ครั้งนี้เขาใช้ด้ามปืน แต่ทุบไปที่หัวโล้นแล้วกลับมีสะเก็ดไฟ!
ฟางเจิ้งถอนหายใจ หันไปมองหานเซี่ยวกั๋วที่มีสีหน้ามึนงง “โยม พวกเราเดินไปดีๆ ได้ไหม? ทุบหัวอาตมาอยู่ได้ ทำแบบนี้ไม่เหมาะสมเอามากนะ ถ้าโยมทำแบบนี้อีก อาตมาจะคิดว่าจะก่อความว