อธิบดีจางพยักหน้า “ถึงวัดท่านจะเล็กแต่ก็งดงามมาก รบกวนไต้ซือแล้ว พวกเราขอตัวก่อน ถ้าเห็นคนนั้นที่ผมบอกอย่าเข้าใกล้ ให้แจ้งตำรวจก่อน พวกเราจะรีบมาทันที”
ฟางเจิ้งพยักหน้าเล็กน้อยก่อนพูดขึ้นอย่างไม่ตระหนก “อาตมาเข้าใจแล้ว เชิญพวกโยมเถอะ”
อธิบดีจางพาคนจากไปทันที ส่วนจุดธูป? พวกเขาไม่เชื่อพุทธ จะมาจุดธูปทำไม?
พอคนพวกนี้ไปหวังโอ้วกุ้ยก็วิ่งเข้ามาถามฟางเจิ้ง “ไอ้หนู แกมั่นใจนะว่าในวัดไม่มีใคร?”
ฟางเจิ้งยิ้มเฝื่อน “อาหวัง อาตมาเหมือนคนโกหกรึไง? ไม่มีคนจริงๆ ไม่เชื่อก็เข้าไปค้นอีกที”
หวังโอ้วกุ้ยมองฟางเจิ้งอย่างสงสัย สุดท้ายกส่ายหน้า “ไม่มีใครก็ดี แกไม่รู้เรอะ เจ้านั่นเป็นเป็นนักโทษที่ทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่าที่โหดมาก ก่อนหน้านี้เป็นทหารรับจ้างตรงชายแดนทวีปแอฟริกา ฆ่าคนมาไม่รู้กี่คนแล้ว พอกลับประเทศมาก็กระทืบคนปางตาย เข้าคุกไปสามปีถึงถูกปล่อยออกมาปล้นรถขนเงิน ฆ่าคนคุ้มกัน…เฮ้อ ฉันล่ะเป็นห่วงแก ถ้าไม่อย่างนั้นแกตามฉันลงเขาไปดีกว่า รอจับคนร้ายได้แล้วค่อยกลับมา”
ฟางเจิ้ง “อาหวัง ขอบคุณมากที่เป็นห่วง แต่อาก็เห็นแล้วว่าวัดนี้ลำบากมาก ไม่มีข้าวของมีค่าอะไร มีแค่อาตมาคนเดียว จะมาปล้นอะไรอาตมาได้อีก? อีกอย่างขึ้นลงเขามีทางเดียว เว้นแต่อีกฝ่ายจะโง่ ถ้าไม่อย่างนั้นไม่มีทางขึ้นเขามาแน่ ถ้าจะมาเขาเอกดรรชนีสู้หนีไปในเทือกเขาข้างหลังไม่ดีกว่าเหรอ”
“ก็ใช่…เอาเถอะ ฉันจะบอกว่าถ้าแกกลัวก็ลงเขามา” หวังโอ้วกุ้ย