กำชับ สุดท้ายจู่ๆ ก็หัวเราะ “อีกอย่าง เรื่องซ่งเอ้อโก่วน่ะ แกจัดการได้ดี ตอนนี้เจ้านี่เชื่อฟังขึ้นมาก เฮอะๆ…” พูดจบหวังโอ้วกุ้ยก็ไป
“อธิบดีครับ จากเบาะแสแล้วหานเซี่ยวกั๋วขึ้นเขามา ทำไมถึงไม่เจอใครล่ะ? ผมคิดว่าพวกเราน่าจะค้นดูให้ดีๆ ก่อน” ตำรวจชั้นผู้น้อยพูดขึ้นอย่างไม่ยอม
อธิบดีจางส่ายหน้า “เสี่ยวอู๋ ยังมีเรื่องที่นายต้องเข้าใจอีก ถึงเราจะไม่เชื่อพุทธ แต่วัดเป็นแดนเงียบสงบ เขามีกฏ จะเข้าไปตามอำเภอใจไม่ได้ ถ้าจะค้นก็ต้องรอหมายค้นก่อน…ช่วงนี้นายพาคนไปปิดล้อมเส้นทางลงเขาไว้ อีกอย่างหานเซี่ยวกั๋วเป็นทหารรับจ้าง รบตลอดปีในแอฟริกา เชี่ยวชาญการรบในป่าเขามาก เจ้าเล่ห์ดั่งจิ้งจอก เขาไม่มีทางไม่รู้ว่าเขาเอกดรรชนีเป็นเขาเดี่ยวที่ขึ้นไปต้องตายแน่! ฉันเดานะ แปดส่วนเขากำลังแสร้งทำเป็นไม่รู้หลอกตบตาอ้อมเขาเอกดรรชีเข้าไปในเทือกเขาฉางไป๋ ภารกิจของเราคือคุมสถานการณ์ไว้ รอสุนัขตำรวจมาถึงค่อยว่าอีกที”
“ครับ” อู๋ไห่พยักหน้า
ขณะกำลังวุ่นกับงานอยู่นั้น ฟางเจิ้งกำลังมองฟ้าเงียบๆ ดวงจันทร์ลอยขึ้นสูง เขาหิวอยู่นานแล้วจึงเดินไปดูที่ห้องครัว ฟืนดับไปแล้ว! มิน่าหุงตั้งนานไม่มีกลิ่นหอมโชยมา…
“เฮ้อ ฉันไปทำให้ใครไม่พอใจรึเปล่านะ จะกินข้าวยังเหนื่อยขนาดนี้” ฟางเจิ้งรีบจุดไฟใหม่
เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว ฟางเจิ้งมองไปข้างนอก หมาป่าเดียวดายยังไม่กลับมา…
ด้วยความเบื่อจึงไปยืนรอใต้ต้นโพธิ์ หลายวันมานี้ต้นโพธิ์ไม่ได