้ใบร่วงอย่างต้นอื่นเขาที่ผ่านหน้าหนาว แต่กลับแตกใบสีเขียว มีแนวโน้มที่จะเขียวชอุ่มมากขึ้นหลายส่วน
ฟางเจิ้งเงยหน้ามองต้นโพธิ์พลางพูดเบาๆ “ต้นโพธิ์เอ้ย แกเป็นต้นโพธิ์หรือต้นองุ่นกันแน่? ทำไมถึงโง่ขนาดนี้? จะตายก็ไม่ต้องจริงจังขนาดนี้ก็ได้มั้ง? อืม วันนี้พระจันทร์สวย แต่ก็กินไม่ได้ ทำเอาอาตมาหิวจะแย่เลย”
บนต้นโพธิ์แขวนดวงจันทร์ใหญ่สีเงินดวงหนึ่ง ใต้ต้นโพธิ์มีนักบวชสง่าสวมชุดขาวกว่าหิมะยืนอยู่ พูดพึมพำกับตัวเอง ภาพนี้กลมกลืนกันดี สวยงาม ราวกับภาพวาดเลิศล้ำ
ทว่า…
“อย่าขยับ!” ตอนนี้เองมีเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำดังแว่วมาจากข้างหลัง มีคนหน้า หน้าเป็นตัว国 คิ้วหนา ดวงตาเล็กริมฝีปากหนา นั่นคือหานเซี่ยวกั๋วฆาตกรที่อธิบดีจางเอ่ยถึง!
ตอนนี้หานเซี่ยวกั๋วตึงเครียดเล็กน้อย จับปืนในมือไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ทั้งตัวดูเหนื่อยล้ามาก ขณะเดียวกันก็ตื่นตัวในระดับสูง
“อมิตพุทธ โยม ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฟากฝั่ง[1]” ฟางเจิ้งไม่หันมามองก็รับรู้ถึงความตึงเครียดได้จากลมหายใจอีกฝ่าย แต่เขาไม่ตระหนกแม้แต่น้อย ยังยืนอย่างสงบนิ่ง หันหลังให้อีกฝ่าย
“เณร อย่าพูดจาไร้สาระหน่า! บอกมาว่าแกมีของกินกับน้ำไหม?” หานเซี่ยวกั๋วหนีมาหนึ่งวัน ด้วยความขัดสนต้องทนทั้งหิวและหนาวจึงเข้ามาหาของกินที่วัด ก็เจอกับฟางเจิ้งที่กำลังเหม่ออยู่ใต้ต้นโพธิ์พอดีจึงลงมือ
ฟางเจิ้งยิ้ม “ที่แท้โยมก็หิวนี่เอง อาตมาย่อมมีของกิน แต่โยมถ