” จ้าวต้าถงตะโกนเสียงดัง…
จ้าวต้าถงอยากจะร้องไห้จริงๆ แต่ไม่รู้ควรจะอธิบายยังไง จึงส่งข้อความไปหาฟางเจิ้งอีกว่าได้รับเชื้ออสุจิหมายความว่ายังไงกันแน่?
แต่ฟางเจิ้งไม่ออนไลน์…จ้าวต้าถึงมองฟ้า น้ำตานอง คงผ่านวันนี้ไปไม่ได้แล้ว! ถึงเขาอยากมีชื่อเสียง แต่ไม่คิดว่าจะมีชื่อแบบนี้! จากนี้ไปจะนัดกับสาวยังไงเนี่ย?
ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าการพิมพ์ผิดสองตัวสร้างความฉงนแก่จ้าวต้าถงขนาดไหน
ฟางเจิ้งออกออกจากประตูวัดก็เห็นตำรวจมากันในวัดไม่น้อย และยังมีตำรวจติดอาวุธครบมือ มีท่าทีพร้อมรบ ขณะเดียวกันหวังโอ้วกุ้ย ถานจวี่กั๋วก็อยู่ในนั้น กระทั่งซ่งเอ้อโก่วก็อยู่!
“ฟางเจิ้ง แกมาพอดีเลย รีบมานี่ จะแนะนำคนให้รู้จัก ท่านนี้คือเพื่อนที่มาจากในอำเภอ อธิบดีจาง อธิบดีจางนี่เจ้าอาวาสวัดเอกดรรชนี ไต้ซือฟางเจิ้ง” หวังโอ้วกุ้ยรีบพูดแนะนำ
อธิบดีจางดูหลักแหลมและแข็งแรงมาก ชุดตำรวจเหยียดตรงทำให้เขาแผ่ความน่าเกรงขามของผู้บังคับบัญชาออกมา ใบหน้าเคร่งขรึม ไม่มีรอยยิ้ม แต่ก็ไม่ถือว่าแข็งกระด้าง
ฟางเจิ้งประนมมือสวดไปบทหนึ่ง “อมิตพุทธ พวกโยมมาวัดอาตมามีเรื่องอะไรกัน?”
“เณร เร็วๆ นี้วัดเณรมีคนแปลกหน้ามารึเปล่า?” ตำรวจหนุ่มข้างหลังอธิบดีจางถามขึ้นอย่างรำคาญ
ฟางเจิ้งส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด “ไม่มี”
“เณร พวกเราไม่เชื่อหรอกนะ เพื่อความสะดวก พวกเราขอค้นวัดหน่อย ขอเชิญหลีกทางด้วย” ตำรวจคนนั้นกล่าว
ฟางเจิ้งส่ายหน้าอีกครั้ง “ไม่ได้! วัดเป็นแ