ดนเงียบสงบ ไม่สะดวกให้ค้นจริงๆ”
“เณร เณรรู้ไหมว่าพวกเรามาหาใคร? นั่นเป็นฆาตกรปล้นรถขนเงิน มีปืนด้วย! พวกเราค้นแล้วจะได้มั่นใจว่าเณรปลอดภัย ถ้าพวกเราไปกันเลยเณรจะเป็นอันตรายได้” ตำรวจหนุ่มพูดด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์เล็กน้อย เขาไม่เชื่อเรื่องพุทธ ไม่เชื่อสิ่งที่ขัดกับความรู้สึกเหล่านี้ เขาพูดแบบนี้ก็เพื่อให้เณรตรงหน้ากลัว คิดไว้ว่าพออีกฝ่ายกลัวแล้วจะยังสงบแบบนี้อีกไหม แล้วก็จะได้ค้นสักที
แต่ฟางเจิ้งยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเฉยเมย “ไม่ได้”
“ณะ…”
“เณรอะไร? ไม่ได้ยินผู้ใหญ่บ้านบอกเหรอ? นี่คือไต้ซือ เป็นเจ้าอาวาส ระวังหน่อย” อธิบดีจางต่อว่าตำรวจคนนั้น จากนั้นยิ้มอย่างอบอุ่นเล็กน้อย “ไต้ซือ อย่าถือสาเลยนะ คืออย่างนี้ตีนเขาเกิดเรื่องใหญ่ มีคนปล้นรถขนเงินแถมยังฆ่าคนคุ้มกันส่งเงินอีก ตามรายงานแล้วเขาน่าจะมาที่นี่ ดังนั้นพวกเราเลยขึ้นเขาออกค้นหา เขาชื่อว่าหานเซี่ยวกั๋ว ใบหน้าเป็นรูปตัว国 คิ้วหนา ตาเล็ก ก่อนหน้านี้เคยเป็นทหารรับจ้างระหว่างประเทศ มีฝีมือดี ฆ่าคนจนเฉยชา ถ้าสะดวก พวกเราอยากค้น….เอ่อ อยากเยี่ยมชมวัดสักหน่อย”
นี่คือการให้เกียรติอีกฝ่าย มิหนำซ้ำอธิบดีจางยังพูดและกระทำตรงจุดจริงๆ ถึงอย่างไรเขาก็มาจัดการคดี ต้องค้นจริงๆ ฟางเจิ้งก็ขวางไม่ได้ อีกอย่างการเยี่ยมชมกับค้นเป็นคนละเรื่องกันเลย มีพระโพธิสัตว์ที่ใดบ้างที่ไม่ต้อนรับคน? ค้นเป็นการรบกวน เยี่ยมชมก็ต้องได้รับการต้อนรับ ย