ฟางเจิ้งก็ไม่หวังให้เขาเชื่อพุทธ คิดแค่ว่าวันหลังจะให้เขาเปลี่ยนนิสัยเสีย แต่ดันมาถามความรู้เขาเลยลำบากฟางเจิ้งแล้ว แต่ก็ยังดีที่ซ่งเอ้อโก่วไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน! พูดยังไงไปก็ไม่รู้เรื่อง? ดังนั้นเลยพูดตามความคิดไป “ตำรากล่าวว่าฆ่าคนก็ทดแทนด้วยชีวิต สัจธรรมและความถูกต้องไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้”
ซ่งเอ้อโก่วจะร้องไห้อีกครั้ง
ฟางเจิ้งพูดต่อ “แต่ว่ากฏหมายก็ยังโยงถึงอารมณ์ความรู้สึกคนด้วย ถ้าไม่ได้ตั้งใจฆ่าก็ผ่อนเบาลงได้ เหมือนอย่างโยม อย่างหนักก็ติดคุก”
“อ๊า…ฮือๆๆๆ” ซ่งเอ้อโก่วเริ่มร้องไห้
ฟางเจิ้งเงียบไปรอเขาร้องไห้
“ฟางเจิ้งแกพูดต่อสิ จะหยุดทำไม? ฮือๆๆ” ซ่งเอ้อโก่วร้องไห้พลางต่อว่าติดๆ ขัดๆ
ฟางเจิ้ง “อมิตพุทธ โยมร้องไห้เสียงดังขนาดนี้ อาตมาเสียงดังไม่เท่าโยมนะ ให้โยมร้องไห้ก่อน ร้องจนพอแล้วเราค่อยคุยกัน แต่หมู่บ้านแจ้งตำรวจแล้ว ตำรวจอาจจะขึ้นเขามา ถ้ายังไม่แก้ปัญญาเรื่องนี้ก่อนพวกเขามา อืม…”
“ฉันไม่ร้องแล้ว! ฉันไม่ร้องแล้ว!” ซ่งเอ้อโก่วหุบปากทันที
ฟางเจิ้ง “ดีมาก อย่างนั้นก็ฟังต่อ สภาพการณ์ของโยมนี้อย่างเบาก็ไม่ต้องตัดสินลงโทษ แค่จ่ายค่าปรับนิดหน่อยก็พอ”
“หา? ขนาดนั้นเลย?” ซ่งเอ้อโก่วเบิกตากลมโต ไม่นึกว่าจะเป็นแบบนี้ แต่เขาก็นึกถึงปัญหาที่หนักหนา เขาขี้เกียจมาก ที่บ้านก็จนเหลือหม้อแค่ใบเดียว ชดใช้ด้วยเงินไม่ได้! ดังนั้นเลยถาม “ฉันไม่มีเงินทำยังไงล่ะ?”
ฟางเจิ้งตอบ “ไม่ยาก ไม่มีเงินก็ต