ิดคุก!”
“มะ…ไม่…ไม่ได้ ฟางเจิ้ง อา…อาขอร้องล่ะ แกช่วยคิดหาวิธีอื่นเถอะ คิดดีๆ อาจะเลี้ยงไก่แก! เอ่อ…แกบวชนี่กินไก่ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นไข่ไก่ล่ะ?” ซ่งเอ้อโก่วอ้อนวอนทั้งยังติดสินบน
ต่อให้ฟางเจิ้งปราบเจ้านี่ได้แล้ว แต่อีกฝ่ายก็ไม่มองว่านักบวชมีความรู้สูงส่งนัก ในเมื่อไร้ความรู้แบบนี้ เขาก็จะลวงหลอกต่อไป “ยังมีอีกวิธีหนึ่ง นั่นคือทำงานชดใช้ค่าปรับ!”
“ทำงานชดใช้ค่าปรับ? แล้วมันลงโทษยังไง?” ซ่งเอ้อโก่วถามด้วยความแปลกใจ
ฟางเจิ้ง “ง่ายมาก หมู่บ้านต้องออกหน้ารับรองให้โยมว่าจะหาเงินในระยะเวลาแค่ไหน ช่วงเวลานี้โยมต้องทำงานให้หมู่บ้าน หมู่บ้านจ่ายเงินให้โยม ได้รับการอภัย โยมทำได้ดี ก็จะยิ่งได้รับการอภัย กลับกันหากยังขโมย ขี้เกียจ คนในหมู่บ้านไม่ชอบใจ โยมก็คงได้แต่นอนในคุก”
“หา…หา? ทำงานให้หมู่บ้าน? นี่…” ซ่งเอ้อโก่วลังเลเล็กน้อย เพราะเขาขี้เกียจจริงๆ!
ฟางเจิ้งหน้ามืดครึ้มลง “ทำงานหรือนอนคุก โยมเลือกเอาเอง ถ้าจะทำงานอาตมาจะช่วยโยมขอกับผู้ใหญ่บ้านและเลขาให้ ให้พวกเขาออกหน้า ถ้าไม่อย่างนั้นด้วยบุญกุศลในอดีตของโยมแล้ว เดาว่าพวกเขาคงอยากให้โยมเข้าไปในนั้นเร็วๆ”
“ฉะ…ฉันไม่เคยทำเรื่องไม่ดีมาก่อนเลยนะ…” ซ่งเอ้อโก่วพูดขึ้นด้วยใจฝ่อ
ฟางเจิ้งหัวเราะ “มีปีไหนบ้างที่โยมไม่สร้างความเสียหายกับพวกไก่ในหมู่บ้าน?”
ซ่งเอ้อโก่วเก้อเขิน…
ฟางเจิ้งพลันจริงจังขึ้นมา ตะคอกถาม “ตกลงจะทำหรือไม่ทำ? ไม่ทำก็รอติดคุก ถ้าจะท