ำก็ลงเขาตอนนี้!”
“ทำ…ไม่ทำ…โถ่…ถ้าอย่างนั้นแกต้องรับปากนะว่าฉันจะไม่เป็นอะไร ถ้าลงเขาไปแล้วยังติดคุก ฉันไม่ลงหรอก!” ซ่งเอ้อโก่วร้อง
ฟางเจิ้ง “อมิตพุทธ นักบวชไม่พูดโกหก ถึงโยมจะลงเขาไป หากโยมติดคุก อาตมาจะติดคุกเป็นเพื่อน ว่ายังไง?”
“พูดจริงเหรอ?” ซ่งเอ้อโก่วเชื่อคำพูดฟางเจิ้ง เพราะไต้ซือหนึ่งนิ้วพูดน่าเชื่อถือ ตั้งแต่ฟางเจิ้งยังเด็กจนเติบใหญ่ ถึงจะซุกซนแต่ก็พูดจริงทำจริงมาตลอด แม้ในใจยังหวาดกลัว แต่ตอนนี้มาถึงทางตันแล้ว ภูเขาเอกดรรชนีมีทางเดียว ที่อื่นเป็นหน้าผา หากในหมู่บ้านแจ้งตำรวจ ตอนนี้ตำรวจจะต้องปิดล้อมภูเขาไว้แล้วแน่ เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ฟางเจิ้ง “จริง!”
“ได้ ฉันเชื่อแก!” ซ่งเอ้อโก่วกัดฟัน
ฟางเจิ้งจึงเขียนจดหมายหนึ่งฉบับส่งให้ซ่งเอ้อโก่วทันที “โยมห้ามอ่านจดหมายนี้ เอาไปให้ผู้ใหญ่บ้านกับเลขา พวกเขาอ่านแล้วจะช่วยโยม”
ซ่งเอ้อโก่วรับจดหมายด้วยความสงสัย ก่อนพยักหน้าแล้วลงเขาไป
ฟางเจิ้งเห็นซ่งเอ้อโก่วไปแล้วก็รีบหยิบมือถือออกมา โทรไปหาผู้ใหญ่บ้านหวังโอ้วกุ้ยกับเลขาถานจวี่กั๋ว บอกแผนการของเขา
หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะซ้ำด่าทอ “เจ้าเด็กนี่ลูกเล่นเยอะจริงๆ ได้ ฉันอยากเล่นไอ้ซ่งเอ้อโก่วมานานแล้ว ถ้าครั้งนี้เปลี่ยนให้เขาซื่อสัตย์ได้ ฉันจะจดจำความดีของแกครั้งนี้ไว้! วางใจ ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง”
ในหมู่บ้านเกิดเรื่องใหญ่ หวังโอ้วกุ้ยกับถานจวี่กั๋วย่อมอยู่ หวังโอ้วกุ้ยคุยกับถานจวี่กั๋ว สองคนต่