นต้องระวังตัว” หูทั่นกล่าว
ฟางเจิ้งเห็นหูทั่นหอบหายใจแรงก็รู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาดี รู้จักตอบแทนคุณ ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่ขึ้นมาอย่างสุดชีวิตแบบนี้ เขาจึงยิ้มตอบ “อมิตพุทธ โยมใจพระจริงๆ วันหลังจะต้องร่ำรวยแน่นอน นั่งพักก่อนเถอะ อาตมาจะไปตักน้ำมาให้”
หูทั่นก็หิวน้ำเหมือนกันเลยกินไปสองชามใหญ่ติดๆ ถึงพ่นลมหายใจยาว “สบาย! ไต้ซือ ทำไมน้ำที่อร่อยจัง? ผมดื่มน้ำพุข้างล่างไปหลายอึกเทียบกับน้ำนี่ไม่ได้เลย!”
ในที่สุดหูทั่นก็เห็นถึงความต่าง ความรู้สึกเซลล์ทั่วร่างโห่ร้องด้วยความยินดีทำให้สบายไปทั้งตัว
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย “น้ำปกตินี่แหละ โยมคิดมากไปแล้ว”
หูทั่นก็คิดแบบนั้น อาจจะเหนื่อยเกินไป พอดื่มน้ำเลยรู้สึกอร่อย “ไต้ซือ ท่านปิดประตูวัดเถอะ พวกเราแจ้งตำรวจแล้ว อีกเดี๋ยวตำรวจคงจะมา รอจับคนร้ายได้ท่านค่อยเปิดประตูก็ยังไม่สาย”
ฟางเจิ้งหัวเราะเบาๆ “อมิตพุทธ อาตมายากจน ไม่มีของมีค่าอะไรหรอก คนร้ายนั่นมาจะเอาอะไรไปได้? โยมเถอะ รีบลงเขาไปดีกว่า”
“ผมก็ควรไปแล้วเหมือนกัน แต่ว่าไต้ซือ ฟังผมนะ จะต้องระวังไว้ พอกลับไปถึงแล้วผมจะโทรหา! เฮ้ย ทำไมผมโง่แบบนี้นะ มีเบอร์ไต้ซือแล้วจะขึ้นมาทำไม…เฮ้อ…” หูทั่นตบหน้าผากก่อนลงเขาไป
รอจนหูทั่นไปแล้ว ฟางเจิ้งก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา หมุนตัวกลับเอ่ยขึ้น “โยมออกมาเถอะ”
ฟางเจิ้งพูดจบก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากในอุโบสถข้างหลัง
ฟางเจิ้งกังวลแล้ว คนร้ายที่เห็นในเนตรสวรรค์ร่างกำย