ฉันฆ่าคน…แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ…ฉันแค่อยากรู้ว่าของที่พนักงานส่งด่วนนั่นมาส่งให้แกเป็นอะไร ฮือๆๆ…”
ฟางเจิ้งคาดไม่ถึงเลยว่าซ่งเอ้อโก่วที่ปกติไม่กลัวฟ้าดินจะเป็นแบบนี้ แต่เขาไม่รีบร้อนเข้าไปดึงซ่งเอ้อโก่ว คนนี้มีนิสัยไม่ได้เลวร้าย แต่มีข้อเสียมากไปหน่อย ทำให้หมู่บ้านวุ่นวายไม่เป็นสุข เขากำลังตรึกตรองว่าจะอาศัยโอกาสตอนนี้จัดการเจ้านี่ดีหรือไม่ เปลี่ยนนิสัยสักหน่อย
ดังนั้นฟางเจิ้งจึงเดินเข้าไป ยืนอยู่ข้างหลังซ่งเอ้อโก่วเงียบๆ
ซ่งเอ้อโก่วโขกจนหัวแตกถึงหยุด นั่งทับน่อง มองฟางเจิ้งด้วยความเศร้า “ฟางเจิ้ง แกว่าฉันจะทำยังไงดี? ฉันฆ่าคน…”
ฟางเจิ้งสวดไปบทหนึ่ง “อมิตพุทธ โยมซ่ง โบราณเขาว่าฆ่าคนก็ต้องคืนด้วยชีวิต”
“อ๊าก…ฮือๆๆ” ซ่งเอ้อโก่วได้ยินว่าต้องคืนชีวิตก็ร้องไห้ฟูมฟาย ดูแล้วตกใจกลัวจริงๆ
ฟางเจิ้งยังไม่ห้ามซ่งเอ้อโก่ว รอจนซ่งเอ้อโก่วร้องไห้จนเหนื่อยแล้วถึงว่าต่อ “แต่ว่าพุทธศาสนามีเมตตา มักจะให้โอกาสคนแก้ตัวเสมอ”
“หา? โอกาสแก้ตัว? แต่ว่า…ฉะ…ฉันฆ่าคนไปแล้ว ไม่ได้ง่ายเหมือนขโมยของเล็กๆ น้อยๆ สักหน่อย นี่เป็นเรื่องผิดกฏหมาย ถูกจับได้ยังไงก็ต้องถูกยิงเป้า” ซ่งเอ้อโก่วสิ้นหวังแล้ว พอได้ยินฟางเจิ้งพูดก็จุดไฟแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าก็ยังหยั่งเชิงถามดู
ฟางเจิ้งยิ้ม “ทุกสิ่งมีชีวิตในโลกนี้อยู่ในสายตาของพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ก้าวก่ายทุกชีวิตไม่ได้ แต่ให้ความเป็นธรรมแก่โยมได้ ไหนโยมบอกมาซิว่