ตอนนี้เองเกิดเสียงดังสนั่นขึ้นหลายครั้ง รถใหญ่ชนกันเป็นกลุ่ม! เศษเหล็กกระเด็นมั่วไปหมด กระจกแตกกระจาย เสียงจอแจดังขึ้น
โหวจื่อเห็นดังนั้นก็มองหน้ากับหลูเสียวอ่า ต่างเห็นความตกตะลึงและหวาดกลัวในแววตากัน! ที่ตกตะลึงไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะคำพูดฟางเจิ้ง! ตอนนั้นอีกฝ่ายกำชับพวกเขาว่าถ้าเจอรถบรรทุกใหญ่สี่คันให้รักษาระยะห่าง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเห็นนิมิตทุกอย่าง! ถ้าไม่อย่างนั้นไม่มีทางพูดกับพวกเขาแบบนี้!
นึกขึ้นว่าหากไม่ฟังคำพูดฟางจิ้ง เช่นนั้นผลที่ได้…
หลูเสียวอ่าพูดขึ้นด้วยความระแวง “โหวจื่อ ถ้าเมื่อกี้นายเร่งความเร็วอีกจะเป็นยังไง?”
โหวจื่อกลืนน้ำลาย “หยุดพูดเถอะ ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดไต้ซือ ฉันจะต้องแซงไปอย่างเร็ว ทิ้งท้ายพวกพั่งจื่อ แต่ว่าแบบนั้นฉันจะถูกรถใหญ่เบียดเข้าไป จากนั้น…พวกเราก็เป็นแผ่นเนื้อ”
พอนึกได้อย่างนั้นหลูเสียวอ่าหน้าซีดขาว
ตอนนี้โหวจื่อได้สติกลับมา เอ่ยขึ้น “รีบลงรถเร็ว อย่าอยู่บนรถ หยุดรถบนทางด่วนอันตรายเหมือนกัน ไปข้างนอกปลอดภัยกว่า แล้วก็รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ! ฉันจะไปวางป้ายเตือนไว้ รถข้างหลังจะได้ไม่มาชน…”
หลูเสียวอ่าลงไปแจ้งตำรวจ โหวจื่อก็เริ่มเร่งทำงาน
ตอนนี้เองพั่งจื่อ หร่วนอิ่ง เจียงถิงตาค้าง เห็นรถบรรทุกถ่านสี่คัน พอนึกถึงความเร็วของโหวจื่อก่อนหน้านี้ ต่างมองกันราวกับเห็นผี ทั้งยังพูดพร้อมกัน “ไต้ซือ มหัศจรรย์!”
พั่งจื่อตบปากตัวเองไปทีหนึ่ง “ฉันนี่มั