ูดอีกที ฉันจะปล่อยลมยางรถนายให้หมด แฟนนายก็ให้กลับเอง!” โหวจื่อว่ากลับ
พั่งจื่อจะพูดบางอย่าง แต่ทุกคนมองมาด้วยแววตาโมโหพร้อมกัน! เขาจึงเงียบปากไป
จากนั้นโหวจื่อถึงหัวเราะแหะๆ พูดกับฟางเจิ้ง “ไต้ซือ อย่าถือโทษเลยนะครับ ท่านพูดมาเถอะ”
ฟางเจิ้งยิ้มเฝื่อน คนพวกนี้เป็นหมอดูรึไง? ทุกครั้งที่เขาจะพูดถึงตอบกลับได้แม่นขนาดนี้? จ้าวต้าถงครั้งก่อน ครั้งนี้พั่งจื่อ พวกนี้จบมาจากคณะอ่านจิตใจรึไงกัน
แต่ฟางเจิ้งก็ยังต้องพูด ไม่ใช่เพื่ออะไร แต่สองชีวิต แล้วก็โอกาสจับรางวัลสองครั้ง! เขาทำใจปล่อยไปไม่ได้ ดังนั้นจึงพูดขึ้น “พวกโยม รับปากอาตมาเรื่องหนึ่งก็พอ”
“ครับ? ไต้ซือพูดมาได้เลยครับ ไม่ว่าจะฝ่าน้ำลุยไฟพวกเราก็กล้า แต่ขอเป็นเรื่องที่ทำได้นะครับ” โหวจื่อไม่กล้าพูดเต็มปากเต็มคำ หลวงจีนตรงหน้าลึกลับยากจะคาดเดา กลัวว่าจะให้ทำเรื่องไม่ดี เขาจึงไม่กล้าคุยโว
ฟางเจิ้งยิ้ม “อาตมาไม่ได้จะให้พวกโยมทำอะไร โยมกับอุบาสิกาท่านนี้รับปากอาตมานะ วันข้างหน้าหากเจอขบวนรถบรรทุกถ่านสี่คันอยู่ข้างหน้า อย่าแซง ให้ลดความเร็วลง รักษาระยะห่างปลอดภัยไว้ก็พอ”
“หา? เอ่อ?” โหวจื่อกับหลูเสียวอ่ามึนงง
เจียงถิง พั่งจื่อ หร่วนอิ่งก็งง ไม่คิดว่าหลวงจีนตรงหน้าจะอ้อมมาพูดเรื่องที่ไร้มูลเหตุแบบนี้
โหวจื่อก็ตกใจหมือนกัน จึงถามต่อทันที “ไต้ซือ ท่านเห็นอะไรเหรอครับ?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “โยมอย่าถามเยอะ แค่จำคำอาตมาไว้ ปฏิบัติตาม ถือว่าเป็นกา