รตอบแทนเรื่องข้าวน้ำในวันนี้แล้วกัน” ขณะเดียวกันฟางเจิ้งก็ถามระบบ “ฉันพูดแบบนี้ถือว่าเผยความลับสวรรค์รึเปล่า?”
“แค่ไม่พูดความจริงออกไปทั้งหมด แค่ชี้แนะก็ไม่เป็นไร แต่วันนี้นายพูดมากไปหน่อยนะ วันหลังพูดให้น้อยกว่านี้จะดี” ระบบเตือน
ฟางเจิ้งถอนหายใจโล่งอก กลัวจริงๆ ว่าระบบจะประเมินเขาแย่ หักคะแนนอะไรพวกนี้อีก ถึงตอนนั้นภารกิจสำเร็จแล้วกลับไม่ได้รางวัล นั่นต่างหากที่น่ากังวลจริงๆ ถึงยังไงภารกิจก็เปลืองแรงมาก
พูดถึงขนาดนี้แล้ว โหวจื่อยังพูดอะไรได้อีก?
โหวจื่ออ้าปากร้องโอ๊ย ก่อนเอ่ยด้วยความโกรธ “หลูเสียวอ่า เธอหยิกฉันทำไม?”
“ไต้ซือพูดกับนายนะ มัวเหม่ออะไร? เร็วๆ สิ” หลูเสียวอ่ามองด้วยความโมโห
ตอนแรกโหวจื่อยังอยากถามอีกเล็กน้อย แต่แฟนเขาเร่งมาแบบนี้จึงไม่ถาม แต่ตอบไปอย่างเด็ดขาด “ไต้ซือวางใจ ผมจะจำคำพูดท่านไว้ ถ้าเจอจริงๆ จะไม่แซง จะรักษาระยะห่างปลอดภัย”
ฟางเจิ้งยิ้มพอใจ ก่อนผายมือเชิญ “พวกโยม นี่ก็บ่ายแล้ว รีบลงเขาเถอะ บนเขาไม่มีที่พักนะ”
พวกโหวจื่อ พั่งจื่อ เจียงถิงก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน ถึงจะได้ดื่มน้ำ กินข้าวผลึก แต่คนไม่ใช่เครื่องจักร จึงเอ่ยลาไป พวกเขาลงเขามาอย่างปลอดภัย กลับขึ้นรถ หันไปมองภูเขาเอกดรรชนีแวบหนึ่ง บนเขามีเมฆขมุกขมัวราวกับความฝัน
เจียงถิงหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปลงในเวยป๋อโพสต์ใหม่ “วันนี้ขึ้นเขาเอกดรรชนีกับพั่งจื่อ โหวจื่อ เสียวอ่า อิ่งเอ๋อร์ เจอวัดเอกดรรชนี ตั้งแต่เล็