กจนโตนี่เป็นวันที่เต็มอิ่ม แปลกและเหมือนฝันที่สุด จนตอนนี้ยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลย ใครบอกฉันทีว่าฉันกำลังฝันหรือตื่นอยู่?”
ตอนแรกเจียงถิงว่าจะเขียนคำพูดเกี่ยวกับฟางเจิ้งไปด้วย แต่ในความคิดลอยขึ้นมาเป็นหลวงจีนที่ยิ้มแสงเจิดจรัสและสง่า ใบหน้างามจึงแดงขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะเขียนลงไปยังไงดี กลัวว่าถ้าเขียนผิดจะทำให้คนเข้าใจผิด…
พอเสียงแตรรถพั่งจื่อดังขึ้น เจียงถิงถึงได้สติกลับมาแล้วออกรถไป
ฟางเจิ้งมองเงาแผ่นหลังคนเหล่านี้จากไปพลางด่าทอในใจ ‘พวกแกนี่มันเวรจริงๆ กินดื่มบ้านคนอื่นแล้วยังไม่จุดธูปอีก! ไม่บริจาคเงินค่าธูปไว้เลย ขี้งกกันจริง!’
ฟางเจิ้งด่าเสร็จก็ยังไม่ยอม กลับไปในอุโบสถ ค้นดูทุกซอกทุกมุมอีกครั้ง ดูใต้กระถางธูป ใต้โต๊ะหมู่บูชา ใต้เบาะนั่ง หาจนทั่ว…ถึงถอนหายใจหมดอาลัยตายอยาก ก่อนกลับไปนอนในกุฏิ คืนนี้คงนอนไม่หลับด้วยความผิดหวัง…
“ติ๊ง! เป็นไต้ซือ แต่กลับคิดถึงประโยชน์ของตัวเอง นี่ไม่ตรงตามเงื่อนไขของระบบ บางครั้งในชีวิตไม่ต้องไขว่คว้าก็ได้มา บางครั้งในชีวิตไขว่คว้าแทบตายก็ไม่ได้ครอบครอง”
“นายกำลังปลอบใจให้ฉันทำความดีอยู่เหรอ?” ฟางเจิ้งถาม
“ติ๊ง! ฉันแค่เตือนนาย ถ้านอนไม่หลับจะหิวกว่าเดิม”
“นาย…” ฟางเจิ้งลูบท้อง ไม่ผิวก็แปลกแล้ว! มื้อกลางวันเขามีเมตตาแบ่งให้พวกเจียงถิงกินข้าวไปหม้อนึง ตอนนี้ข้าวเหลือไม่เยอะ เพื่อความประหยัด เขาเลยตัดสินใจว่าจะไม่กินข้าวเย็น นอนเร็ว หลับแล้วก็จะไม่หิ