ดังนั้นแล้ว หมาป่าเดียวดายจึงงับเข้าที่ก้นเขาอย่างไม่เกรงใจ ทำให้เขากลัวคิดว่ามันถูกใจเขา ตอนที่ขึ้นเขามาอีกครั้งจึงต้องปิดก้นไว้แน่น เดินอ้อมไป ทุกคนที่มองอยู่อดหัวเราะไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดี
แต่ฟางเจิ้งก็ไม่ได้ว่าง ตอนที่ห้าคนลงเขา ข้าวสุกแล้ว แต่เขาหุงไว้อีกหม้อ หม้อนี้มีปริมาณไม่มาก แต่พอสำหรับห้าคนกินอิ่มครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ใจกว้างหรอก แต่ใจกว้างไม่ได้ต่างหาก! ตนก็ต้องผ่านฤดูหนาวเหมือนกัน…
ไปๆ มาๆ ก็ถึงตอนบ่าย ถังน้ำสุดท้ายเทเข้าไปในโอ่งพุทธ น้ำในโอ่งเต็มแล้ว!
พั่งจื่อกับโหวจื่อกระโดดตีมือกัน จากนั้นเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง ก่อนนั่งลงกับพื้น เป็นตายยังไงก็ไม่ลุกขึ้น
“พั่งจื่อ โหวจื่อ ไม่เป็นไรนะ?” สามสาวก็ไม่ต่างกัน แต่ละคนเป็นลูกคุณหนู ถึงจะไม่ได้แบกหนัก แต่ขึ้นลงเขาสิบรอบก็เหนื่อยจนทนไม่ไหวเหมือนกัน
พั่งจื่อหอบหายใจแรง ตอบกลับทั้งๆ ที่ยังหลับตา “ไม่เป็นไร ตกนรกจริงๆ ตอนทำงานไม่เห็นรู้สึกเหนื่อย พอเสร็จได้พักแล้วก็รู้สึกหมดแรงเลย ไม่ขยับตัวแล้ว”
โหวจื่อถือโอกาสนอนแผ่บนพื้น “ขยับไม่ได้จริงๆ ตอนนี้ฉันแค่อยากนอนที่นี่ หลับนานๆ ไปเลย”
“ไม่ใช่ว่าคุณพั่งไม่ขยันหรอกนะ แต่แรงดูดโลกตอนนี้มันมากจริงๆ!” พั่งจื่อกล่าว
ตอนนี้เองฟางเจิ้งหยิบถังน้ำเล็กออกมา ใช้กระบวยตักน้ำในโอ่งมาทีละกระบวย จากนั้นวางไว้ตรงหน้าคนเหล่านี้แล้วกล่าวสวด “อมิตพุทธ พวกโยมดื่มน้ำหน่อยเถอะ น้ำนี่