จะเติมพลังให้พวกโยมฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็ว”
“ไต้ซือ ผมไม่มีแรงแล้ว” พั่งจื่อพูดเหมือนจะร้องไห้
ดีที่หลูเสียวอ่ากับหร่วนอิ่งยังมีแรง จึงลุกขึ้นมาป้อนน้ำให้สองคน
ตอนนี้พั่งจื่อยังบ่นอีกว่า “ไต้ซือ พูดให้รู้เรื่องก่อนนะ น้ำนั่นที่ให้พวกเราดื่มก่อนหน้านี้ทำไมถึงยังเป็นน้ำในโอ่งนั่นอีกล่ะ พวกเราดื่มน้ำนี่ตรงตีนเขามาพอแล้ว ถึงรสชาติจะไม่แย่ แต่สู้น้ำที่ท่านให้พวกเราดื่มไม่ได้เลย”
ฟางเจิ้งหัวเราะ “นั่นเป็นน้ำบริสุทธิ์ เป็นน้ำพุทธหลังจากที่อาตมาปลุกเสกแล้ว รสชาติย่อมต่างกัน แต่ความจริงคือน้ำชนิดเดียวกัน”
“จริงเหรอ?” พั่งจื่อตะลึงงัน พอดื่มน้ำที่หร่วนอิ่งป้อนก็เชื่อทันที! บอกว่าไม่มีแรง แต่ครู่เดียวก็คว้ากระบวยน้ำไว้แล้วดื่มอึกๆ! เป็นอย่างที่ฟางเจิ้งบอกจริงๆ พอน้ำเข้าปากก็ไหลไปทุกเซลล์ เติมพลังงานและน้ำให้กับเซลล์ ช่วยขจัดความเหนื่อยล้าได้รวดเร็วมาก!
ดื่มน้ำไปหนึ่งกระบวยแล้วพั่งจื่อดูสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย กำลังเพิ่มมาหลายส่วน ไม่ต้องให้หร่วนอิ่งป้อนแล้ว เขานั่งอยู่ข้างถังน้ำ ตักมาดื่มทีละกระบวย ดื่มไปพลางตะโกนไปพลาง “สุขใจจัง! สบาย!”
อีกด้านโหวจื่อก็เหมือนกัน สามสาวเห็นดังนั้นก็ตามมาดื่มน้ำ ความสุขที่ขาดน้ำมานาน พอได้สัมผัสน้ำบริสุทธิ์ ก็ไม่รู้ว่าจะบรรยายคำว่าสบายได้ยังไง?
ขณะที่คนเหล่านี้กำลังดื่มน้ำ ฟางเจิ้งพลันยกถังน้ำขึ้น
“เฮ้ๆๆ…ไต้ซือ ไหนบอกว่าจะให้ดื่มจนพอไง?!” พั่งจื่อไม่สนใจอะไรแล้ว
ฟ