โหวจื่อพยักหน้า “เป็นไปได้ แต่เป็นไปได้มากกว่าคือเขาใช้น้ำนี่ซักผ้า…”
พั่งจื่ออึ้งไป…
ถึงจะมีการคาดเดาต่างๆ นาๆ แต่พวกเขาก็ตัดสินใจขึ้นไปก่อนค่อยว่ากัน พั่งจื่อกับโหวจื่อแบกถังน้ำใหญ่พร้อมตะโกนด้วยความโกรธ แต่มันไม่ขยับเลย!
สองคนจึงเก้อเขิน พั่งจื่อพูดขึ้น “เมื่อกี้น่ะเล่นๆ ครั้งนี้ต้องออกแรงจริงๆ แล้ว โหวจื่อ สู้!”
โหวจื่อถุยน้ำลายที่สองฝ่ามือพลางพยักหน้า
เจียงถิงมองสองคนด้วยความสงสัย “ไม่ใช่ว่าพวกนายสองคนแบกกันไม่ขึ้นรึไง?”
“พูดอะไรอย่างนั้น? ดูร่างกายพี่เสียก่อน เหมือนคนไม่มีแรงรึไง?” พั่งจื่อไม่พอใจจึงบอกให้โหวจื่อออกแรง!
สองคนหน้าหลังส่งเสียงร้อง ใบหน้าแดงก่ำ ในที่สุดถังใหญ่ก็โคลงเคลง
“โหวจื่อ นายออกแรงหน่อยสิโว้ย!” พั่งจื่อว่า
“แรงที่ฉันกินนมมาไม่ออกเลยรึไง? ทำไมถังนี่มันหนักนักวะ?”
“อยู่ในช่วงสำคัญนะ อย่าพลาดล่ะ! พวกผู้หญิงดูอยู่!”
“ไป!”
สองคนจึงเดินเซขึ้นไปบนเส้นทาง แต่เดินไปได้สักครู่ก็เห็นหมาป่าเดียวดายแบกถังน้ำสองถังลงมา เดินผ่านไป ทั้งยังชำเลืองตามองสองคนอย่างเหยีดหยาม จากนั้นกระโดดลงไป
“ห่าเอ๊ย! หมาป่านั่นมองดูถูกฉัน!” พั่งจื่อพูดขึ้นด้วยความไม่ยอม
“หมาป่าอะไร? ฉันเห็นหมาต่างหาก!” โหวจื่อกัดฟัน เขาก็เห็นแววตานั้นเหมือนกัน
“ถูก เป็นหมา! หมาใหญ่!” พั่งจื่อด่าทอตาม ก่อนสองคนจะพยายามต่อไป
หลายนาทีต่อมามีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากข้างหลัง สองคนหันไปมองก็เห็นหมาป่าเดียวดายแบกถั