โหวจื่อนั่งแผ่อยู่บนขั้นบันได กัดฟันพูดขึ้นด้วยความโกรธ “พั่งจื่อ เราสองพี่น้องโตมาขนาดนี้แล้ว เคยยอมแพ้เหรอ?”
“ไม่! ตอนนั้นเราสองคนสู้สิบหกคน หน้าตาบูดเบี้ยว กระดูกหักไปหลายท่อนก็ยังไม่ยอมแพ้ อยู่ในวงการธุรกิจมานานขนาดนี้ ช่วงวิกฤติก็ยังไม่เคยยอมแพ้” พั่งจื่อตอบ
นัยน์ตาสองคนฉายแววมุ่งมั่นเต็มสิบ “ใช่! เราสองพี่น้องไม่เคยยอมแพ้ จะยอมแพ้ด้วยเรื่องนี้รึไง? แค่โอ่งน้ำเองนี่? เติมมันให้เต็ม! ถึงตอนนั้นน้ำฉันจะไม่ดื่มน้ำของเขา! เขาไม่ยอม ฉันก็จะไม่ยอมเหมือนกัน!”
“ถูก! งั้นฉันช่วยนายดื่มส่วนนั้นเอง!” พั่งจื่อพูดขึ้นอย่างมีน้ำใจ
โหวจื่อ “¥##@¥#@…”
ดังนั้นสองคนจึงลงเขาอีกครั้ง พอสองคนนี่ฮึกเหิม หญิงสามคนก็ไม่ใช้อุบายเพื่อออกแรงน้อยอีก ต่างหยิบอ่างเล็กตามไป หลูเสียวอ่าหยิบแก้วไปอีกใบ…
ครั้งนี้โหวจื่อกับพั่งจื่อไม่ได้แบกน้ำมาจนเต็ม แต่เอามาครึ่งถัง ถึงจะน้อยแต่ก็ลดภาระได้ สองคนกัดฟันกลั้นใจ ยังงงอยู่เลยว่าแบกขึ้นมาได้อย่างมั่นคงจริงๆ
ซู่ เทน้ำครึ่งถังลงไปในโอ่งพุทธ แม้จะเพิ่มมาไม่เท่าไร แต่สองคนก็ดีใจมาก! ถือว่าสำเร็จแล้ว! พวกเขาสองคนไม่ได้รู้สึกสำเร็จมานานมากแล้ว! ครั้งแรกก็คือดีใจช่วงเรียนจบ! ดีใจช่วงที่จีบสาวที่รักมาได้! เป็นความสุขง่ายๆ แต่กลับทำให้พวกเขาภูมิใจจริงๆ เป็นความสุขจากใจจริง
“ไปไหม? ต่อ!” พั่งจื่อคึกคักแล้ว
โหวจื่อขานรับ จากนั้นสองคนก็แบกถังน้ำลงเขาไปอีก
หญิงสามคนตามไป ถึงจะ