นี้น่าจะพอให้พวกโยมดื่มคนละเหยือก เอาไปเทก็ลำบาก พวกโยมดื่มเถอะ”
พั่งจื่องงงวย คิดว่าฟางเจิ้งกำลังเย้ยเยาะเขาจึงโกรธขึ้นมา ขณะกำลังจะโมโหนั้น ได้ยินโหวจื่อพูดขึ้น “เวร! พั่งจื่อ เล่นเลยเถิดไป น้ำหกจะหมดแล้ว!”
“อะไรนะ?” พั่งจื่อนอนพาดอยู่บนถังน้ำมองไปข้างใน เห็นน้ำอยู่ตรงก้นจริงๆ สองคนจึงมองกันเหมือนจะร้องไห้ เหนื่อยจะตายชัก วางแผนไว้อย่างดิบดี แต่ที่ว่าฉลาดกลับเป็นความเข้าใจผิด หลอกตัวเองเสียได้! ครั้งนี้เสียแรงเปล่าแล้ว!
พั่งจื่อมองฟางเจิ้งอย่างน่าสงสาร “ไต้ซือ น้ำนั่น…”
ฟางเจิ้งมองสองคนแล้วก็มองหญิงสามคนที่มองมาอย่างน่าสงสารเช่นกัน ก่อนส่ายหน้าด้วยความเห็นใจ “สัญญาคือน้ำเต็มโอ่งถึงจะพอ ตอนนี้โอ่งน้ำยังไม่เต็ม”
“ไต้ซือ ท่านก็เห็นแล้วว่าพวกเราสองคนเป็นคนครึ่งคนพิการ คนหนึ่งพิการอ้วน อีกคนพิการผอม ท่านยอมเถอะนะ ให้พวกเราดื่มน้ำหน่อย พวกเราจะได้ลงเขา” เจียงถิงเข้ามาใกล้แล้วพูดขึ้นด้วยความน่ารัก
แต่ฟางเจิ้งกลับไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ เหมือนกับความน่ารักของหญิงงามเป็นอากาศธาตุ ไม่สนใจเลย แต่ในใจแทบจะด่าแม่ ‘รู้ทั้งรู้ว่าอาตมาสนใจผู้หญิงไม่ได้ยังมาไม้นี้อีก คิดจะใช้ความจริงใจทำให้อาตมาว้าวุ่นรึไง?’
ดังนั้นฟางเจิ้งจึงปิดประตูใหญ่ พูดเสียงดังแว่วออกมา “ทุกอย่างเป็นไปตามสัญญา อมิตพุทธ” น่าตลก ตอนเข้ามาในวัดยังปากเก่งกันอยู่เลย ตอนนี้ล่ะ…ถึงตาฟางเจิ้งเอาคืนบ้าง!
“ทำไงดี?” พั่งจื่อถามโหวจื่อ