ฟางเจิ้งย่อมรู้ว่าน้ำบริสุทธิ์ของตนอร่อยแค่ไหน แต่เขาไม่คิดจะให้คนพวกนี้ดื่ม ถ้าดื่มหมดแล้วเขาจะต้องลงไปตักน้ำ! นี่ต้องใช้แรงงาน!
“อมิตพุทธ โยมอย่าทำแบบนี้ หนึ่งคนหนึ่งชามเท่านั้น นี่คือกฏของวัด น้ำหนึ่งชามก็พอแก้กระหายแล้ว” ฟางเจิ้งกล่าว
พั่งจื่อยังอยากพูดบางอย่าง แต่โหวจื่อชิงก่อน “พั่งจื่อ นายถูกผีสิงรึไง? แค่ดื่มน้ำเอง ต้องทำขนาดนี้เลยเรอะ? ไม่ได้ดื่มก็ไม่ต้องดื่ม ฉันหิวน้ำจะแย่แล้ว ไต้ซือเอามาให้อีกชามเถอะครับ?” ในสายตาโหวจื่อ ฟางเจิ้งไม่ใช่คนลวงโลกแล้ว แต่มีความเคารพเพิ่มมาหลายส่วน
ฟางเจิ้งพยักหน้า หมุนตัวกลับไปตักน้ำ
พั่งจื่อบ่นงึมงำอยู่ข้างหลัง “จริงๆ เลย ไม่เคยเห็นหลวงจีนขี้งกขนาดนี้มาก่อน ให้แค่น้ำชามเดียว ชามเดียวก็ชามเดียวจริงๆ แถมยังเป็นชามเล็กอีก”
“เอาเถอะพั่งจื่อ หยุดพูดได้แล้ว ชามนั่นไม่เล็กนะ เป็นชามยักษ์เลย ชามใหญ่ขนาดนั้นฉันดื่มไม่หมดหรอก จะแบ่งให้ครึ่งนึงแล้วกัน” หร่วนอิ่งพูดเสียงเบา
พั่งจื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ กอดหร่วนอิ่งพลางยิ้มซื่อๆ “หร่วนหร่วนของฉันดีจริงๆ ฮ่าๆ…”
“พวกเธอสองคนระวังหน่อยได้ไหม? ตรงนี้ยังมีคนโสดอยู่นะ? ถ้ายังทำแบบนี้อีก ลงเขาไปฉันจะปล่อยลมยางรถพวกนาย” เจียงถิงรับไม่ได้จึงพูดขู่
หร่วนอิ่งหน้าแดง ส่วนพั่งจื่อพูดขึ้นด้วยสีหน้าลำพองใจ “เจียงถิง เธอก็ควรหาแฟนสักคนนะ…”
“นายไม่ต้องมายุ่งหรอก” เจียงถิงสะบัดหน้า เห็นฟางเจิ้งเดินถือชามออกมา ในชามเต็ม