ไปด้วยน้ำ ฟางเจิ้งเดินมาไม่ช้า พื้นผิวไม่เรียบ แต่น้ำกลับไม่กระเซ็นออกมาเลย เห็นดังนั้นเจียงถิงก็แอบรู้สึกประหลาดใจ คิดว่าหรือน้ำนี่จะมีปัญหา? ถ้าไม่อย่างนั้นทำไมน้ำถึงไม่หกออกมาเลย?
ขณะสงสัยอยู่นี้โหวจื่อเข้าไปรับชามมาแล้ว แต่น้ำเต็มเกินไปจึงหกออกมา เจียงถิงถึงรู้ว่าน้ำไม่ได้มีปัญญา แต่เป็นคนต่างหาก! รู้สึกประหลาดใจว่าหลวงจีนรูปนี้ต้องมีสมดุลขนาดไหนถึงทำแบบนี้ได้?
พั่งจื่อข้างโหวจื่อมองโหวจื่อ เห็นจ้องน้ำแต่ก็ไม่ดื่มจึงอดใจไม่ไหวพูดว่า “โหวจื่อ นายจะกินรึเปล่าเนี่ย ฉันช่วยกินเอาไหม”
“นายไปอยู่ข้างๆ เลย” โหวจื่อพูดจบก็สะบัดมือ แต่พั่งจื่อจับมือเขาเอาไว้ เอ่ยด้วยสีหน้าตรงไปตรงมา “โหวจื่อ อย่าเสียเวลา ฉันจะช่วยนายเลียเอง”
“ไปให้พ้น!” โหวจื่อขยะแขยงท่าทางของพั่งจื่อจริงๆ จึงหมุนตัวกลับ เงยหน้าขึ้นดื่มไปอึกใหญ่!
แต่ต่อมาดวงตาโหวจื่อกลมโต พลันหยุดลง กอดชามเอาไว้ในอกอย่างระมัดระวัง
“โหวจื่อ นายจะทำอะไร? ทำไมยังดื่มไม่หมดอีก? ฉันช่วยเอาไหม?” พั่งจื่อเข้ามาใกล้อีกครั้ง
“ไอ้อ้วน ฉันว่าแล้วทำไมนายถึงหน้าด้านอยากดื่มน้ำขนาดนี้ ที่แท้ในนี้ก็มีของดีนี่เอง! จะบอกให้นะ น้ำนี่เป็นของฉัน นายอย่าหวังจะได้แตะแม้แต่หยดเดียว!” โหวจื่อกอดชามเอาไว้แน่น
พั่งจื่อเม้มปาก กลืนน้ำลายลงคอ “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ? ฉันเป็นคนแบบนั้นรึไง? แล้วถ้าให้เมียนายดื่มล่ะ”
โหวจื่อหมุนตัวกลับ รู้สึกเพียงแค่บ่าถูกกดลง หันกลับไป