พูดจบพวกเขาต่างโล่งอก พั่งจื่อพูดพึมพำ “แล้วมันไม่เหมือนกันเหรอ? หลวงจีนก็เสแสร้ง”
“พั่งจื่อ!” เจียงถิงตะโกนด้วยความโกรธ พั่งจื่อจึงหุบปากไปทันที
ฟางเจิ้งทำเหมือนไม่ได้ยิน ตบหัวหมาป่าพลางว่าต่อ “เอาล่ะ นายกำลังทำให้คนกลัวนะ ออกไปเล่นเถอะ แล้วค่อยกลับมาตอนกินข้าว”
หมาป่าเดียวดายส่ายหน้าแล้วเดินไปยังประตูทางเข้า ห้าคนรีบหลีกทางให้ มันไม่มองแม้แต่หางตา เชิดอกเดินผ่านไป เพียงแต่ว่าตอนที่เดินผ่านพั่งจื่อ มันแยกเขี้ยวงับเข้าที่ก้นทีหนึ่ง ทำเอาพั่งจื่อตกใจจนกระโดดร้องเสียงหลง
ฟางเจิ้งต่อว่า “อย่าก่อเรื่อง!”
หมาป่าเดียวดายจึงวิ่งไป
หมาป่าเดียวดายไปแล้ว คนอื่นๆ ต่างมองพั่งจื่อที่หนีไปตรงสันกำแพงด้วยสภาพย่ำแย่ ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี แต่พั่งจื่อกลับร้องไห้จริงๆ การงับเมื่อครู่นี้น่าตกใจมาก! ตอนที่กระโดดลงมายังลูบไปที่กางเกง ไม่เปียก! ถึงถอนหายใจโล่งอก แต่ในใจกลับด่าทอหมาป่าเดียวดายกับฟางเจิ้ง
“พวกโยมกลับมาอีกทำไม?” ฟางเจิ้งถามอีกครั้ง
โหวจื่อยิ้มแห้ง “พูดจริงๆ คือพวกเราแปลกใจเลยกลับมา ผมเคยเห็นคนเลี้ยงหมาป่ามาก่อน แต่ไม่เคยเห็นว่ามีใครทำให้หมาป่าเชื่องได้ ไต้ซือ ทำไมรอยฝ่ามือบนประตูเหล็กนั่นถึงหายไป? ท่านกดมันกลับไปหรือ?”
ฟางเจิ้งยังคงยิ้มแต่ไม่ตอบ
โหวจื่อมีสีหน้าขมขื่น “ไต้ซือ ท่านพูดให้ชัดไม่ได้หรือครับ?”
“พูดให้ชัดอะไร? พวกโยมไม่เชื่อคำพูดอาตมารึ?” ฟางเจิ้งถาม
โหวจื่อพยักหน้า ตอนแ