รกหลูเสียวอ่าส่ายหน้า แต่เห็นโหวจื่อพยักหน้าจึงพยักตามทันที พั่งจื่อกับหร่วนอิ่งส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด ส่วนเจียงถิงมองฟางเจิ้งด้วยความสงสัย
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นจึงส่ายหน้า “ในเมื่อพวกโยมไม่เชื่อกันทุกคน อาตมาก็ไม่มีอะไรจะพูด พวกโยม หลังวัดไม่ต้อนรับแขกนะ หากจะเยี่ยมชม จุดธูปไหว้พระ เชิญไปข้างหน้าวัด…”
ฟางเจิ้งไล่ตรงๆ ไม่ไล่ไม่ได้แล้ว เขาก็หิวเหมือนกัน! คนพวกนี้ไม่ไปแล้วเขาจะกินข้าวยังไง! หรือว่าจะให้คนพวกนี้เบิกตากว้างมองเขากินข้าว? ใครจะไปกินลงกัน!
เห็นฟางเจิ้งไล่ โหวจื่อก็ร้อนรน “ไต้ซือ ท่านอย่ารีบร้อนสิ พูดจริงๆ นะ ชีวิตนี้ผมไม่สนใจอะไรนอกจากวิทยายุทธชั้นยอด แต่เรียนมาหลายสำนักแล้วก็ไม่มีความสามารถแท้จริง ไต้ซือเป็นคนมีความสามารถแท้จริง สอนผมสักสองสามกระบวนท่าได้ไหม”
ฟางเจิ้งส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด “อาตมาไม่มีวิทยายุทธ อาตมาแค่เรียนกระบวนท่าฝึกฝนร่างกายเล็กน้อยเท่านั้น พวกโยม เชิญไปได้แล้ว” แต่กลับคิดในใจ ‘เวร มาขอเรียนวิชานี่เอง ไม่มีของขวัญก็ไม่เป็นไร แต่แกควรจะจุดธูปสักดอกนึงสิ! อะไรก็ไม่เอา ยังคิดจะเรียนอีก? ฝันไปเถอะ!’
โหวจื่อยังอยากพูดบางอย่าง แต่เห็นสีหน้าจริงจังของฟางเจิ้งแล้วก็กลืนลงไป
ตอนนี้เองหร่วนอิ่งถามขึ้นเบาๆ “ไต้ซือ ท่านมีข้าวไหม? ฉันหิวจะแย่แล้ว”
พูดจบพั่งจื่อก็มีแรงฮึดขึ้นมาทันที “ใช่ๆๆ ไต้ซือ ในวัดมีอะไรหอมๆ รึเปล่า? คุณพั่งหิวจะแย่แล้ว หิวจริงๆ…”
หลูเสียวอ่ามองโหวจ