ื่อ จากนั้นพูดเบาๆ “ไต้ซือ พวกเรารีบมาจากในเมืองแต่เช้า ระหว่างทางไม่ได้กินข้าวเช้ามา แถมยังปีนเขาอีกอะไรอีก นี่ก็กลางวันแล้วฉันหิวจริงๆ จะลงเขาตอนนี้ก็น่าจะไม่มีแรง ท่านมีอะไรกินไหมคะ?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้าอย่างแน่วแน่ “อมิตพุทธ อาตมาบอกไปแล้วว่าวัดเอกดรรชนีเป็นวัดเล็ก ไม่ดูแลแขก หากพวกโยมหิวจริงๆ ก็รีบลงเขาไปดีกว่า”
พูดจบฟางเจิ้งก็เริ่มไล่ เดิมทีข้าวเขาก็ไม่ค่อยจะพออยู่แล้ว การจะผ่านฤดูหนาวต้องรัดเข็มขัดให้แน่น แค่ระบบเขาก็ผ่านไปไม่ได้แล้ว กฏคือกฏ เป็นคนละความหมายกับเห็นคนจะตายแล้วไม่ช่วย คนพวกนี้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่กินสักมื้อคงไม่หิวตาย
ฟางเจิ้งไล่พวกเขาอย่างเด็ดเดี่ยว พวกเขาเองก็ไม่อยากมีปัญหากับฟางเจิ้งจึงได้แต่ถอย
ขณะกำลังจะถูกไล่ออกไป เจียงถิงปิ๊งไอเดียขึ้นมา “ไต้ซือ ไม่ดูแลเรื่องอาหาร แล้วน้ำดื่มล่ะคะ?”
พั่งจื่อได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเปล่งประกาย “ใช่ๆๆ! ไต้ซือ ตอนเช้าพวกเราไม่ได้กินน้ำเลย น้ำแร่ที่เอามาด้วยก็ดื่มหมดแล้ว ไม่ให้ข้าวก็ให้กินน้ำแก้กระหายรองท้องได้หรือเปล่า? กินน้ำอิ่มแล้วก็จะได้ลงเขาได้”
ฟางเจิ้งอึ้งไป ระบบบอกแค่ว่าไม่ดูแลเรื่องอาหาร แต่ไม่ได้บอกเรื่องห้ามไม่ให้น้ำจริงๆ
“ระบบ ได้รึเปล่า?” ฟางเจิ้งถาม
“ได้” ระบบตอบกลับแบบสบายๆ
ฟางเจิ้งเลยพูดขึ้น “อมิตพุทธ ถ้าแค่ดื่มน้ำก็ย่อมได้ พวกโยมนั่งตามสบาย อาตมาจะไปเอาน้ำมาให้”
“ไต้ซือ ในวัดมีบ่อน้ำไม่ใช่หรือคะ? น้ำในบ่อเป็น