“พวกเธอว่าหลวงจีนบนเขานั่นเป็นคนเลี้ยงหมาป่าตัวนี้รึเปล่า?” รอจนหมาป่าไปไกลแล้ว พวกเขาถึงใจกล้าขึ้นมา พั่งจื่ออดไม่ไหวถามขึ้น
เจียงถิง “เป็นไปได้ วัดนั่นไม่ใหญ่ แต่กลับแปลกประหลาดทุกที่ หลวงจีนนั่นก็ยังหนุ่มมาก แต่ฉันรู้สึกบางอย่างนะว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา”
“พอทีเถอะ เธอก็อ่านนิยายกำลังภายในมากไปเหมือนกันรึไง?” พั่งจื่อไม่คิดอย่างนั้น
ตอนนี้เองโหวจื่อพูดขึ้น “อยากรู้ความจริงก็มีวิธีเดียว ขึ้นเขาไปดูก็รู้”
“นายจะบ้าเรอะ? ก็เห็นแล้วนี่ว่านั่นคืออะไร! นั่นหมาป่า! มันกินคนไม่คายกระดูกนะ” พั่งจื่อมีสีหน้าตกใจกลัว จากนั้นว่าต่อ “วัดผุพังบนเขารกร้าง มีหลวงจีนรูปเดียว แบบอย่างก็มีให้เห็นแล้วนี่ว่าเป็นพวกปล้นจี้ฆ่า นายยังจะไปที่แบบนี้อีกเหรอ?”
“นายต่างหากที่อ่านนิยายกำลังภายในมากเกินไป! ฉันรู้ว่านั่นคือหมาป่า แต่หมาป่าไม่น่าจะเชื่อฟังใครได้ ถ้าไม่อย่างนั้นคงกัดก้นนายไปนานแล้ว” โหวจื่อหัวเราะเยาะ
“ไอ้เวร คุณพั่งอ้วนรึไง? เขาเรียกล่ำต่างหาก!”
“เอาเถอะ หยุดพูดไร้สาระกันได้แล้ว ฉันจะขึ้นเขาไปดู ถ้าไม่อย่างนั้นจะเป็นปมในใจฉัน” โหวจื่อตอบกลับ
พั่งจื่อรีบพูดกับหลูเสียวอ่า “เขาบ้าไปแล้ว เธอไม่สนใจหน่อยเหรอ?”
หลูเสียวอ่ากอดแขนโหวจื่อ “ฉันเข้าใจเขา เขาเหมือนกับแมวที่อยากรู้อยากเห็น นายไม่ให้เขาขึ้นไป เดาว่าหนึ่งเดือนจากนี้อย่าได้คิดหยุดพักเลย มาก็มาแล้ว อีกอย่างโหวจื่อพูดถูก หมาป่านั่นเชื่อฟังคน ไม่ได้อ