มากเท่าไร ภาพในความคิดเมื่อครู่ยิ่งขยับวูบวาบขึ้นมาไม่หยุด ไม่ว่าจะสวดมนต์หรือเดินเล่นก็ลบภาพนั้นออกจากหัวไม่ได้ โดยเฉพาะจะได้ยินเสียงพูดคุยระหว่างโหวจื่อกับหลูเสียวอ่าดังมาจากข้างนอกตลอด มันยิ่งทำให้เขานั่งไม่ติดพื้น…
“ถิงถิง เธอบอกว่าเมื่อกี้หลวงจีนนั่นเหมือนเป็นบ้าเหรอ พอเธอเรียกแล้วก็ทุบกำแพงใช่ไหม? ฮ่าๆ ไม่เจ็บรึไง? ฉันได้ยินเสียงแล้วเหมือนกับฟ้าผ่าเลย” หลูเสียวอ่าเม้มปากหัวเราะ
เจียงถิงมองค้อนเธอแวบหนึ่ง “อย่าพูดมั่วหน่า”
“ได้ๆๆ ไม่พูดแล้ว ไป ไปดูประตูเหล็กที่หลวงจีนนั่นทุบกัน เสียงดังขนาดนั้น ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าประตูใหญ่จะเป็นยังไง” หลูเสียวอ่าหัวเราะคิกๆ ก่อนดึงเจียงถิงเดินไปที่ประตู
กลางอุโบสถ พั่งจื่อ โหวจื่อและหร่วนอิ่งกำลังพิจารณาพระโพธิสัตว์กวนอิม กุมารทอง กุมารีหยกแล้วก็เทวรูปพระเวทโพธิสัตว์ตรงปากประตู
พั่งจื่อเอ่ยขึ้น “โหวจื่อ นายเคยเห็นเทวรูปที่สมจริงแบบนี้มาก่อนรึเปล่า? พระโพธิสัตว์กวนอิมก็สมจริงอย่างกับคนจริงๆ แล้วนายดูกุมารีหยกนั่นสวยมาก”
“พั่งจื่อ ที่นี่วัดนะ อย่าพูดจาซี้ซั้ว!” หร่วนอิ่งต่อว่า
พั่งจื่อเกาหัวอย่างเก้อเขิน “รู้แล้วๆ อีกอย่างฉันไม่ได้พูดดูหมิ่นพระโพธิสัตว์สักหน่อย แค่พูดความจริงเท่านั้น”
โหวจื่อเสริม “ถูก ฉันไปมาไม่รู้กี่วัดแล้ว เทวรูปสมจริงแบบนี้ยังไม่เคยเห็นจริงๆ อีกอย่างพวกเธอดู เทวรูปพวกนี้ไม่มีฝุ่นเลย”
หร่วนอิ่ง “หลวงจีนนั่นก็สะอาด เดาว่าน่าจะ