มีนิสัยรักสะอาดจนเกินไป”
โหวจื่อพยักหน้า “เป็นไปได้ แต่ทำความสะอาดวัดจนเอี่ยมอ่องขนาดนี้ ก็ดูเหมือนของจริงเหมือนกันนะ ก็คงต้องใช้ใจแล้วล่ะ อาจจะไม่ใช่หลวงจีนปลอมก็ได้…”
พั่งจื่อ “บ่ะ! ฉันว่าแล้วทำไมรู้สึกว่าที่นี่ขาดอะไรไป พวกเธอเห็นกล่องบริจาคไหม?”
“กล่องบริจาคอะไร?” หร่วนอิ่งถาม
พั่งจื่อตอบ “ก็กล่องบริจาคไว้ใส่เงินที่จะวางไว้หน้าประตูวัดหรือไม่ก็หน้าโต๊ะบูชาไง”
หร่วนอิ่งส่ายหน้า “ไม่เห็นนะ”
โหวจื่อ “ฉันก็ไม่เห็นเหมือนกัน”
“หรือว่าวัดนี้จะไม่เก็บเงินบริจาคธูป?” พั่งจื่อว่า
โหวจื่อหัวเราะ “นายคิดมากไปแล้ว ตรงประตูวัดก็มีป้ายบอกนี่ ธูปธรรมดาฟรี ธูปชั้นดีสองร้อย! ราคานี้ไม่ถูกเลยนะ”
“เฮอะ ฉันก็คิดว่าหลวงจีนนี่จะไม่หาประโยชน์ซะอีก ดูแล้วคงเป็นหลวงจีนปลอม” พั่งจื่อเพิ่งพูดจบก็ได้ยินเสียงหลูเสียวอ่าร้องด้วยความตกใจ “พั่งจื่อ พี่โหวมานี่เร็ว!”
พั่งจื่อกับโหวจื่อได้ยินเสียงหลูเสียวอ่าเรียกด้วยความร้อนรนเล็กน้อยจึงพูดขึ้นพร้อมกัน “แย่แล้ว!”
โหวจื่อวิ่งออกไปข้างนอก พั่งจื่อวิ่งช้า แต่ก็ตะโกนเสียงดัง “ไอ้ลาหัวล้าน ถ้าแกกล้าทำอะไรเสียวอ่าล่ะก็ ฉันจะเผาวัดแกซะ!”
ฟางเจิ้งที่กำลังนั่งไม่เป็นสุขอยู่หลังวัดได้ยินเสียงตะโกนก็ตกใจสะดุ้ง บ่นในใจ ‘คนพวกนี้ทำอะไรกัน?’
ดังนั้นถึงออกไปดู
โหวจื่อ พั่งจื่อ หร่วนอิ่งวิ่งออกมาจากอุโบสถก็เห็นหลูเสียวอ่ากับเจียงถิงยืนอยู่ตรงประตูใหญ่ จ้องประตูเหล็กที่เปิดอ้าไว