้ครึ่งบาน
เห็นสองคนไม่เป็นไร โหวจื่อกับพั่งจื่อและหร่วนอิ่งถึงถอนหายใจโล่งอก
โหวจื่อ “อะไร? ทำเอาฉันตกใจแทบแย่”
พั่งจื่อ “ใช่…”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พวกนายดูนี่ ประตูเหล็ก!” หลูเสียวอ่าชี้ประตูเหล็ก
สามคนมองไปตามมือหลูเสียวอ่า โหวจื่อพลันสูดลมหายใจหนาวเยือก! บนประตูเหล็กใหญ่สีแดงมีรอยฝ่ามือชัดเจนรอยหนึ่ง! รอยมือนั้นมีลายเส้นที่ชัดเจนอย่างยิ่ง!
“เสียวอ่า เธอชี้รอยมือทำไมเหรอ?” พั่งจื่อถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
หลูเสียวอ่ายิ้มเฝื่อน “ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นรอยอยู่แล้วเหมือนกัน ถิงถิงมาอธิบายที”
เจียงถิงเล่าเรื่องก่อนหน้านี้ให้ฟังว่าจู่ๆ ฟางเจิ้งก็เหมือนปีศาจ ตบมือใส่ประตูเหล็ก จากนั้นก็มีรอยมือนี้ขึ้นมา พั่งจื่อกับหร่วนอิ่งตกใจเหมือนกัน หร่วนอิ่งว่า “เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง? คนจะมีพละกำลังขนาดนั้นได้ยังไง?”
พั่งจื่อมองบน “พูดอะไรอย่างนั้น? ต่อให้เป็นคนตายก็ไม่มีทางมีกำลังแบบนี้หรอก?”
“พวกเธอสองคนอย่าเพิ่งพูด มันทำให้ฉันกลัวนะ” หลูเสียวอ่าตัวสั่น พูดขึ้นด้วยความกลัว
พั่งจื่อ “ฉันว่านะคงจะมีรอยมืออยู่ก่อนแล้ว แค่ทุกคนไม่เห็นก็เท่านั้น”
“ไม่ใช่” ตอนนี้เองโหวจื่อที่เงียบมาตลอดพูดขึ้น
“โหวจื่อ ไม่ใช่อะไร?” พั่งจื่อถาม
โหวจื่อ “ตอนเข้าประตูมาฉันมองประตูนี่อย่างดีแล้ว ยังพูดเล่นอยู่เลยว่ามันหนาดี ถึงฉันจะไม่ใช่คนชกต่อยเก่งอะไร แต่ดูจากสายตาพวกเธอก็น่าจะรู้แล้วว่านี่มันละเอียดมาก ตอนเข้ามาบนประตูเหล็ก