โหวจื่อหัวเราะเหอะๆ “ดูจากท่าทางพวกเธอแล้วมันมีอะไรแปลกกัน? ฉันว่าในวัดคงจะมีเครื่องเทศที่ให้จิตใจสงบหรือไม่ก็น้ำหอมกับพืชอะไรพวกนี้ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางเกิดผลแบบนี้แน่ อีกอย่างวัดโบราณที่มีชื่อเสียงก็ไม่มีของแอบแฝงแบบนั้นด้วย”
โหวจื่อกล่าวพลางเดินมาถึงประตูก็พบสิ่งที่น่าตกใจ ความคิดซับซ้อนมากมายในตอนแรกหายไป จิตใจสบายขึ้นมาก แต่เขาก็ยังยืนหยัดคำเดิม “เหอะ ยานี้ร้ายกาจมาก ได้ พวกเราเจอกับพวกลวงโลกจริงๆ แล้ว พี่โหวไปวัดมาไม่รู้กี่วัด ยังไม่มีวัดไหนทำให้จิตใจสงบรุนแรงขนาดนี้มาก่อน จะต้องรีบดู ดูเสร็จก็รีบไป จะอยู่ที่นี่นานไม่ได้”
เอ่ยจบโหวจื่อก็ตบประตูเหล็กสีแดงสด หัวเราะพลางว่า “อย่างอื่นไม่เท่าไหร่ แต่ประตูเหล็กนี่แข็งแรงดี หนาห้าเมตรเลย ประตูหนาขนาดนี้เป็นช่องประตูกักน้ำได้เลย ฟังจากเสียงแล้วก็แน่นมาก เจ้าอาวาสวัดนี้เป็นคนใจเสาะถึงสร้างประตูหนาแบบนี้รึไง?”
พั่งจื่อเคาะดูบ้างแล้วก็หัวเราะ “หนาจริงๆ ด้วย”
ทุกคนหัวเราะตาม
“อมิตพุทธ!”
“บ่ะ!” พั่งจื่อที่กำลังจะแอบถอยหนีตกใจกับเสียงสวดของฟางเจิ้งจนกระโดดขึ้น เห็นหลวงจีนหน้าขาวสะอาดและสง่าแล้วถึงถอนหายใจโล่งอก ความกล้าเพิ่มมากขึ้น ก่อนพูดเสียงดัง “หลวงจีนนี่ป่วยรึไง? มาไม่ทักกันเลย จู่ๆ ก็กระโดดออกมา ตกใจแทบแย่ เดี๋ยวฉันหัวใจวายตายไม่รู้รึไง?”
ฟางเจิ้งด่าทอในใจ ‘ไอ้เวรฉันยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว พวกแกพูดมากอยู่เลยไม่เห็นฉัน แล้วยังมาโทษฉ