่มีที่ระบาย เลยจงใจหาเรื่องทะเลาะ
หร่วนอิ่งก็พูดขึ้นด้วยความกังวลเล็กน้อย “พวกเธอสองคนใจเย็นกันหน่อยสิ ในป่าเขาแบบนี้มีหลวงจีนก็ไม่ใช่หลวงจีนดีหรอก”
พอได้ยินคำพูดข้างหน้า เจียงถิงก็คิดชม แต่พอฟังคำพูดข้างหลังก็พูดไม่ออก เธอพบว่าการมาวัดเอกดรรชนีครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด หลวงจีนที่นั่นอาจจะซวยแล้ว…
‘เฮ้อ ช่างเถอะ ถึงยังไงหลวงจีนพวกนั้นก็คุยโม้ทางอ้อม ถ้าโหวจื่อต่อยหลวงจีนชนะจริงๆ ก็ถือว่าทำเพื่อชาวบ้าน…’ เจียงถิงพึมพำในใจพลางเดินตามขึ้นไป
แต่ตอนนี้เองฟางเจิ้งไม่รู้ว่าปัญหาระลอกใหญ่กำลังอยู่บนเส้นทาง
ขณะนี้เขาเพิ่งตื่นนอน ไม่ได้รีบร้อนกินข้าว แต่เก็บกวาดอุโบสถกับลานวัดก่อน หลังเช็ดทำความสะอาดโต๊ะและหน้าต่างจนสะอาดแล้วถึงปาดเหงื่อ พยักหน้าอย่างพอใจ หันไปมองน้ำในโอ่งพุทธ ยังเหลือน้ำอีกครึ่งโอ่ง คาดว่าวันนี้คงใช้หมด จะต้องไปตักน้ำใหม่
แต่พอนึกถึงคุณภาพของน้ำ ฟางเจิ้งก็มีแรงเต็มสิบ
เขาฝึกหัตถ์พลังนักรบโพธิสัตว์อยู่กับที่สักครู่หนึ่ง เกิดสายลมขึ้น ตบมวลอากาศระเบิดดังปุงปัง ให้ความรู้สึกว่าบรรลุวิชาอยู่หลายส่วน น่าเสียดายไม่มีผู้ชม ขาดเสียงปรบมือเลยดูชืด แต่หลังจบกระบวนท่า เขารู้สึกเด่นชัดว่ากระดูกทั่วร่างกำลังหดตัว กล้ามเนื้อสงบลง รู้สึกเมื่อยๆ คันๆ ค่อนข้างสบาย! ความรู้สึกกล้ามเนื้อเปิดออกทั้งตัวแบบนี้ทำให้เขาลอยล่องดั่งเซียน!
‘เหอะ ไม่คิดเลยว่าฝึกวิชาจะมีผลแบบนี้ด้วย! จากนี้คงต้